_id id type title creator description provenance subject spatial temporal language rights license source.uri picture 1 1 Article เควียร์กับการวิพากษ์มานุษยวิทยากระแสหลัก ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "
ในบทความนี้ต้องการจะชี้ให้เห็นว่ากรอบความคิดแบบเควียร์ ไม่ใช่เป็นตัวทฤษฎีที่มีไว้อธิบายว่าอะไรคือเพศภาวะและเพศวิถี หากแต่เป็นชุดความคิดหรือกระบวนทัศน์ของการตั้งคำถามเชิงญาณวิทยา (Epistemology)ว่ากระบวนการแสวงหาความรู้คืออะไร (David E. Hall, 2003, p.6.) ซึ่งจะเข้าไปตรวจสอบและวิพากษ์กระบวนทัศน์ทางสังคมต่างๆที่แฝงอคติทางเพศหรือเป็นผลผลิตของบรรทัดฐานทางเพศแบบตะวันตก ในที่นี้ผู้เขียนแปลคำว่า queer เป็นภาษาไทยว่า “เพศวิภาษ” หมายถึง เพศที่ไม่ได้อยู่ในบรรทัดฐานใดๆ แต่เป็นเพศเพื่อการโต้แย้ง กระบวนทัศน์ดังกล่าวนี้พยายามตั้งคำถามว่าบรรทัดฐานอะไรที่กำหนดสิ่งที่เรียกว่า “เพศปกติ” และ “เพศผิดปกติ” ความเป็นปกติเกิดจากอะไร ใครเป็นผู้นิยามและทำไมต้องแบ่งประเภทหรือจัดหมวดหมู่ “เพศ” ออกเป็นคู่ตรงข้าม การแบ่งชนิดเพศของมนุษย์เป็นชายและหญิงโดยอาศัยความรู้ชีววิทยานั้นเป็นการแบ่งที่เป็นสากลหรือไม่ ความเป็นหญิงชายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ใช่หรือไม่ ในแต่ละสังคมจำเป็นต้องมีวิธีการจัดหมวดหมู่เพศเหมือนกันหรือไม่ ความรู้เรื่องเพศเป็นความรู้ที่ปราศจากมายาคติ อคติ และความลำเอียงใช่หรือไม่
" - ทฤษฎีเควียร์,มานุษยวิทยา,บรรทัดฐานรักต่างเพศ,เพศวิถี,ญาณวิทยา - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/1 2 2 Article ทบทวนวิธีการสร้างความรู้ / ความจริงเรื่องเพศ ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "บทความนี้ต้องการสำรวจแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องเพศ โดยการย้อนมองไปในแวดวงวิชาการตะวันตกที่เริ่มสนใจประเด็นเรื่องเพศมาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วิทยาศาสตร์กำลังมีอำนาจทางสังคม การสำรวจในที่นี้จะย้อนกลับไปมองช่วงเวลานั้นโดยอาศัยมุมมองทางมานุษยวิทยาเพื่อทำความเข้าใจ “ชีวิตทางเพศ” ของมนุษย์ หรือมองเรื่องเพศในมิติทางวัฒนธรรม ผู้อ่านจะเข้าใจว่ามิติทางวัฒนธรรมของเรื่องเพศนั้นคืออะไร และเกี่ยวข้องกับบริบททางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองอย่างไร คำถามที่ผู้คนมักจะถามกันบ่อยๆ ก็คือเรื่องเพศเป็นเรื่องของธรรมชาติ หรือเป็นเรื่องทางสังคมวัฒนธรรม และคำตอบที่ได้รับก็มักจะเป็นการแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มซึ่งถกเถียงกันด้วยแนวคิดทฤษฎีที่ต่างกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อเรื่องธรรมชาติ ซึ่งได้ฉายาว่าเป็นพวกเชื่อความจริงแท้ (Essentialist) กับนักสังคมศาสตร์ที่เชื่อเรื่องสังคมวัฒนธรรม ซึ่งได้ฉายาว่าเป็นพวกเชื่อการผลิตสร้างทางสังคม (Social Constructionist) สำหรับในบทนี้ ต้องการจะทำความเข้าใจว่ากรอบแนวคิดทฤษฎีที่ต่างกันนั้นส่งผลต่อการอธิบายเรื่องเพศต่างกันอย่างไรบ้าง และเราจะใช้แนวคิดทฤษฎีเหล่านั้นมาอธิบายปรากฎการณ์เกี่ยวกับเรื่องเพศของมนุษย์ในมิติใด
" - เพศภาวะ,เพศวิถี,ทฤษฎีเควียร์,สตรีนิยม,มานุษยวิทยา,ความหลากหลายทางเพศ,เพศศึกษา,จิตเวชศาสตร์ - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/2 3 3 Article รื้อสร้างมายาคติ “ความเป็นชาย” ในสังคมไทย ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "บทความเรื่องนี้เป็นการทบทวนการศึกษา “ความเป็นชาย” ในสังคมไทย ซึ่งมักจะตกอยู่ใต้กระบวนทัศน์แบบตะวันตก ทำให้การอธิบายและการวิเคราะห์บทบาทของผู้ชายทั้งในแง่เพศภาวะและเพศวิถีเป็นการมองแบบสูตรสำเร็จที่เกิดจากบรรทัดฐานของรักต่างเพศ (Heteronormativity) และอิทธิพลความรู้ทางวิทยาศาสตร์/ชีววิทยา ที่ใช้อธิบายความแตกต่างของเพศภาวะหญิงชาย กระบวนทัศน์นี้ส่งผลให้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นชายในสังคมไทยผูกติดกับเพศสรีระและเชื่อว่าความเป็นชายเป็นสิ่งเกิดขึ้นโดยกำเนิดและติดตัวมากับเพศชาย นอกจากนั้น ยังทำให้เชื่อว่าผู้ชายเป็นเพศตรงข้ามกับผู้หญิง และมีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิง ความเชื่อนี้มีอิทธิพลต่อแนวคิดทฤษฎีเฟมินิสต์ ทฤษฎีอัตลักษณ์ทางเพศ และทฤษฎีจิตเวิเคราะห์ตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา และได้ถูกทำให้กลายเป็นทฤษฎีสากลสำหรับการอธิบายว่าอะไรคือบทบาทของหญิงและชาย
การรื้อสร้างมายาคติและภาพตัวแทนดังกล่าวข้างต้น จำเป็นต้องทำความเข้าใจว่าทำไมนักวิชาการไทยจึงศึกษาความสัมพันธ์ชายหญิงด้วยกระบวนัทศน์ตะวันตก ที่เชื่อว่าเป็นสิ่งสากลและนำไปใช้อธิบายปรากฎการณ์เกี่ยวกับเพศภาวะและเพศวิถีได้ทุกหนทุกแห่ง ความเข้าใจเรื่องเพศภายใต้อิทธิพลความรู้ตะวันตกนี้ได้บิดเบือนและบดบังบริบททางสังคมวัฒนธรรมที่มีเงื่อนไขเฉพาะของสังคมไทย จนทำให้นักวิชาการกระโจนเข้าหาทฤษฎีเฟมินิสต์ หรืออัตลักษณ์ทางเพศโดยลืมที่จะตั้งคำถามต่อตัวทฤษฎีเหล่านั้น ในแวดวงวิชาการ เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าการนำทฤษฎีเกี่ยวกับเพศภาวะและเพศวิถีตะวันตกมาอธิบายบทบาทชายหญิงในสังคมอื่นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะจะไม่ได้ช่วยให้เข้าใจความหลากหลายของการแสดงออกถึงความเป็นหญิงและชาย รวมทั้ง ยังทำให้เกิดการผลิตซ้ำวาทกรรมเรื่องสัญชาตญาณทางเพศที่ธรรมชาติสร้างขึ้น หรืออัตลักษณ์ทางเพศแบบคงที่ถาวร ดังนั้น การศึกษาความเป็นชายในสังคมไทยจึงต้องตรวจสอบทฤษฎีตะวันตกที่นำมาวิเคราะห์
" - ความเป็นชาย,บรรทัดฐานรักต่างเพศ,เพศภาวะ,เฟมินิสม์,สังคมสยาม,ความศิวิไลซ์ - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/3 4 4 Article มานุษยวิทยากับการศึกษาพฤติกรรมข้ามเพศและรักเพศเดียวกัน ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "เรื่องเพศ เป็นพรมแดนที่มีเรื่องซ้อนทับกันหลายอย่าง ทั้งสรีระร่างกาย การแสดงพฤติกรรม อารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และการให้คุณค่าและความหมายต่อสรีระและพฤติกรรมทางเพศ หรือกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องเพศเป็นทั้งสิ่งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ แต่การศึกษาเรื่องเพศเป็นเรื่องใหม่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก่อนหน้านั้นเรื่องเพศจะไม่ถูกพูดถึงในวงวิชาการเพราะถูกมองว่าเป็นเรื่องของการสืบพันธุ์หรือการสังวาท เป็นเรื่องต้องห้ามและเป็นบาปทางศาสนา(Bland and Doan, 1994, p.2.) นักวิทยาศาสตร์ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 คือผู้มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดความคิดเรื่องเพศภาวะและเพศวิถี (Gender and Sexuality) เช่นการศึกษาของ คราฟท์-อีบิง(1886) อธิบายให้เห็นภายภาพของเพศ โดยมองว่าเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา เช่น เพศหญิงมีความอ่อนโยน เพศชายมีความเข้มแข็ง เพศภาวะของผู้หญิงและผู้ชายจึงถูกกำหนดจากเพศสรีระที่ต่างกัน และเชื่อว่าเพศวิถีที่เป็นความต้องการทางเพศ เป็นแรงขับตามธรรมชาติที่เพศชายจะมีกับเพศหญิงเท่านั้น เพราะถือว่าเป็นการสืบพันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์
" - เพศวิถี,เพศภาวะ,มานุษยวิทยา,คนข้ามเพศ,สังคมไทย - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/4 5 5 Article การทำความเข้าใจเบื้องต้นเรื่อง Queer Theory (เพศวิภาษ) ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "การศึกษาเรื่องเพศของมนุษย์ มีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจหลายระดับ ทั้งเรื่องที่จับต้องมองเห็นได้ สัมผัสได้ เช่น อวัยวะเพศ รูปร่างสรีระ การแต่งกาย กิริยาท่าทาง กับเรื่องที่มองไม่เห็นและไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น อารมณ์ปรารถนา ความเสน่หา ความรัก กามารมณ์ สำนึก ความคิด และความเชื่อ รวมทั้งการให้คุณค่า การวางกำหนดกฎเกณฑ์ การจัดประเภท การควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ทางเพศ สิ่งต่างๆเหล่านี้สัมพันธ์กับอำนาจทางสังคมที่เข้ามานิยาม ให้ความหมาย และจัดการตามคติความเชื่อและความรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
" - เควียร์,เพศวิถี,เพศภาวะ,กระบวนทัศน์,การวิพากษ์,ความรู้ - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/5 6 6 Article การศึกษาเกย์ในสังคมไทย : 5ทศวรรษของการสร้างความรู้ ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "คำว่า “เกย์” เป็นคำที่มีนัยยะเชิงการเมืองและมีมิติทางประวัติศาสตร์ คำนี้เพิ่งปรากฎในสังคมตะวันตกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 และถูกใช้เป็นคำเรียกเพื่อบ่งบอกว่าคนรักชอบเพศเดียวกันมีอัตลักษณ์เป็นอย่างไร และแตกต่างจากหญิงและชาย อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาทางวัฒนธรรม คำว่า “เกย์” อาจใช้ได้เฉพาะสังคมที่มีการนิยามและจัดระเบียบอารมณ์ความปรารถนาทางเพศ เช่นในสังคมยุโรปและอเมริกา ซึ่งเชื่อว่าความรู้สึกรักเพศเดียวกันมีแก่นแท้ในตัวเองและบุคคลสามารถหยั่งรู้ได้จากจิตสำนึก ความรู้สึกนี้ถูกนิยามด้วยคำว่า “โฮโมเซ็กช่วล” แต่อีกหลายสังคม ไม่มีวิธีคิดเกี่ยวกับการนิยามอารมณ์ทางเพศ ทำให้การแสดงพฤติกรรมรักเพศเดียวกันเป็นเพียงการแสดงบทบาทหน้าที่ทางสังคม และไม่ถูกยกให้เป็นอัตลักษณ์ของบุคคล ดังนั้นการศึกษา “เกย์” ในทางวัฒนธรรมจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจอิทธิพลความคิดของตะวันตกกับวิธีคิดเรื่องเพศในท้องถิ่น ซึ่งมีความซับซ้อนต่อการสร้างนิยามความหมายของอัตลักษณ์และพฤติกรรมทางเพศของบุคคล
" - เกย์,สังคมไทย,ประวัติศาสตร์,อัตลักษณ์,การศึกษา,วัฒนธรรม - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/6 7 7 Article “ความต่าง” ของ “วิธีคิด” ต่อวัฒนธรรมกระแสนิยม ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "บทความเรื่องนี้ เป็นการทบทวนการศึกษาและการวิจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมป๊อป (Popular Culture) ซึ่งในที่นี้ขอเรียกว่า “วัฒนธรรมกระแสนิยม” อย่างไรก็ตาม ความหมายของวัฒนธรรมกระแสนิยมยังมีความคลุมเคลือ นักวิชาการไทยบางคนเรียกวัฒนธรรมประเภทนี้ว่า “วัฒนธรรมสมัยนิยม” โดยนัยแล้ว อาจหมายถึงวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมจากประชาชน หรือพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน อีกทางหนึ่ง อาจหมายถึงวัฒนธรรมที่แพร่หลายและเข้าถึงประชาชนส่วนใหญ่โดยมีสื่อเป็นตัวกลาง เช่น ภาพยนตร์ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร อินเตอร์เน็ต ฯลฯ
บทความนี้จะพยายามชี้ให้เห็นว่าการนิยามความหมายของ “วัฒนธรรมกระแสนิยม” จากมุมมองต่างๆ ทั้งที่เป็นทฤษฎีตะวันตก และกรณีศึกษาในวัฒนธรรมต่างๆ มีความไม่ลงรอยอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไปจนถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับประวัติและจุดกำเนิดของวัฒนธรรมกระแสนิยม พัฒนาการของการศึกษา และสกุลทางความคิด ชี้ให้เห็นความแตกต่างทางการศึกษาระหว่างนักสังคมวิทยา นักปรัชญา นักประวัติศาสตร์ นักภาษาศาสตร์ นักวัฒนธรรมศึกษา และนักมานุษยวิทยา ความแตกต่างของความสนใจของนักวิชาการตะวันตกกับนักวิชาการไทย รวมทั้งข้อจำกัดของแนวคิดทฤษฎีที่ใช้ในการศึกษา
" - วัฒนธรรมกระแสนิยม,มานุษยวิทยา,สื่อ,วัฒนธรรมมวลชน,วัฒนธรรมบริโภค - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/7 8 8 Article ความหมาย Ethnicity ในการศึกษาEthnography ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "คำว่า Ethnography ในทางมานุษยวิทยา สามารถพิจารณาได้ 2 ลักษณะคือ ethnography ที่เป็นงานเขียน (ethnographic writings) กับที่เป็น วิธีการศึกษา(fieldwork) ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน กล่าวคือวิธีการเก็บข้อมูลทางชาติพันธุ์ซึ่งอาศัยการสังเกต สอบถาม และคลุกคลีกับคนกลุ่มต่างๆอย่างใกล้ชิด ได้นำไปสู่การเขียนงานซึ่งต้องอาศัยกรอบความคิดทฤษฎีในการอธิบายและตีความ งานเขียนทางมานุษยวิทยากับวิธีการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่ถูกกำกับด้วย Theory อย่างใดอย่างหนึ่ง
" - ชาติพันธุ์,มานุษยวิทยา,งานเขียนทางชาติพันธุ์,เผ่าพันธุ์ - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/8 9 9 Article วิพากษ์ “ความเป็นหญิง” ของหญิงในร่างชาย ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "บทความเรื่องนี้ต้องการวิพากษ์ “ความเป็นหญิง” (Femininity) ของบุคคลที่เป็นชายใจหญิงหรือหญิงในร่างชาย หรือรู้จักโดยทั่วไปว่ากะเทย เท่าที่ผ่านมาการศึกษาพฤติกรรมและอัตลักษณ์ทางเพศของคนกลุ่มนี้มักจะวางอยู่บนสมมติฐานเรื่อง “ตัวตนที่แท้จริง” (Truth of Self) ที่ซ่อนอยู่ข้างใน ซึ่งเชื่อว่าบุคคลที่เป็นหญิงในร่างชายจะมีจิตใจเป็นหญิงมาตั้งแต่กำเนิด (Born to Be)และค่อยๆพัฒนาอัตลักษณ์ความเป็นหญิงในทางวัฒนธรรมในภายหลัง การอธิบายดังกล่าวนี้เป็นการเชื่อว่าตัวตนของหญิงในร่างชายเป็นผลผลิตจากธรรมชาติมากกว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากอุดมการณ์เรื่องเพศที่สังคมได้วางกฎเกณฑ์ไว้ ผลที่ตามมาก็คือ เราจะเห็นกลุ่มหญิงในร่างชาย(ชายใจหญิง) ต่างเชื่อมั่นใน “ความเป็นหญิง” ของตนและใช้สิ่งนี้เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียม บทความนี้ต้องการชวนให้คิดเพื่อก้าวไปให้พ้นกับดักของ “ตัวตนตามธรรมชาติ” เพื่อที่จะมองใหม่ว่าตัวตนของหญิงในร่างชายไม่ได้เป็นอิสระจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจ/ความรู้และบรรทัดฐานทางเพศที่สังคมได้สร้างขึ้นมาแต่อย่างใด
" - คนข้ามเพศ,คนแปลงเพศ,ความเป็นหญิง,เพศภาวะ,กะเทย - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/9 10 10 Article สถานภาพความรู้ในการศึกษา การเคลื่อนไหวทางสังคมของชาวเกย์ ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "การศึกษาการเคลื่อนไหวทางสังคมของชาวเกย์ มีความสำคัญในฐานะเป็นการทบทวนองค์ความรู้ แนวคิดทฤษฎี และกระบวนทัศน์ที่ปรากฎอยู่ในแวดวงวิชาการและนักเคลื่อนไหวชาวเกย์ หากจะมองในระดับปฏิบัติการจะเห็นว่าการเคลื่อนไหวทางสังคมของเกย์เป็นการต่อสู้และเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมและความยุติธรรมทางสังคมของกลุ่มคนชายขอบที่ถูกสังคมรังเกียจหรือได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม ชาวเกย์จึงออกมาต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และให้สังคมตระหนักว่าเกย์หรือชายรักชายสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างปกติเหมือนคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายและอุดมการณ์ที่อยู่เบื้องหลังการต่อสู้นี้ยังเป็นสิ่งที่น่าศึกษาและวิเคราะห์ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้การต่อสู้และการเคลื่อนไหวของเกย์มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้มีเป้าหมายและอุดมการณ์เหมือนหรือแตกต่างกัน กลุ่มและองค์กรเกย์ทั้งหลายคิดถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ คำถามเหล่านี้จะนำไปสู่การตรวจสอบแนวคิดทฤษฎีและกระบวนทัศน์ที่ใช้ขับเคลื่อนในการเคลื่อนไหวเหล่านั้น
" - เกย์,การเคลื่อนไหวทางสังคม,สิทธิเสรีภาพ,ความเท่าเทียม,อัตลักษณ์ทางเพศ - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/10 11 11 Article ความรู้และอำนาจ เบื้องหลังเซ็กและโสเภณี ดร.นฤพนธ์ ด้วงวิเศษ "บทความนี้เป็นการทบทวนการศึกษาและองค์ความรู้เกี่ยวกับโสเภณี ซึ่งมักจะถูกอธิบายด้วยทฤษฎีของเฟมินิสต์ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฏีพฤติกรรมศาสตร์ ทฤษฎีเบี่ยงเบนทางเพศ มีผลทำให้สังคมเข้าใจว่าโสเภณีคือความเสื่อมเสียทางศีลธรรม ด้านหนึ่งจะมองว่าโสเภณีเป็นปัญหาสังคมที่เต็มไปด้วยการกดขี่ข่มเหง การเอารัดเอาเปรียบ การล่อลวง การใช้ความรุนแรง การใช้อำนาจ ทำให้ผู้หญิงและเด็ก(ทั้งชายและหญิง)ตกเป็นเหยื่อทางเพศ เป็นคนที่น่าสงสารที่ต้องได้รับการช่วยเหลือและสงเคราะห์ อีกด้านหนึ่งมองโสเภณีในมิติทางเศรษฐกิจที่ลดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ร่างกายและสรีระทางเพศจะถูกทำให้เป็น “วัตถุ” (สินค้า) เพื่อตอบสนองตัณหาราคะ ปราศจากความรักและความเมตตา โสเภณีจะถูกตีตราว่าเป็น “คนไม่ดี” ผู้ซื้อบริการทางเพศจะถูกประณามว่า “ส่ำส่อน” หรือหมกมุ่นในกาม ความคิดทั้งสองด้านนี้ทำให้โสเภณีกลายเป็น “อันตราย” บทความนี้ต้องการชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจดังกล่าวเป็นการมองโสเภณีเพียงผิวเผิน และทำให้เซ็กเป็นความสกปรกโสมม จึงมีความจำเป็นต้องตรวจสอบความเข้าใจเหล่านี้โดยผู้เขียนจะนำข้อสังเกตของมิเชล ฟูโกต์ เรื่อง Deployment of Sexuality มาเป็นแนวทางวิเคราะห์เพื่อชี้ให้เห็นว่าเซ็กและโสเภณีในสังคมทุนนิยม/บริโภคนิยมคือกลไกและผลผลิตของปฏิบัติการเชิงอำนาจและความรู้แบบวิทยาศาสตร์ ที่สร้างระเบียบและกฎกติกาใหม่ของการแสดงความปรารถนาทางเพศของมนุษย์
" - โสเภณี. เซ็ก,ทุนนิยม,บริโภคนิยม,เฟมินิสต์,อำนาจ,เพศภาวะ,เพศวิถี,กามารมณ์ - - ไทย - - https://www.sac.or.th/databases/anthropology-concepts/articles/11