﻿_id	id	type	title	creator	description	provenance	subject	spatial	temporal	language	rights	license	source.uri	picture
1	12	อื่นๆ	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
2	12	วารสาร	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
3	12	บทความ	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
4	12	วิทยานิพนธ์	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
5	12	รายงานงานวิจัย	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
6	12	รายงาน	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
7	12	หนังสือ	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
8	12	จุลสาร	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
9	12	สูจิบัตร	ประมวลข้อมูลพื้นฐานชุมชนในมิติทางมานุษยวิทยา		"<p>
	งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการศึกษาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นกรอบของการศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานของชุมชนเกือบทั้งหมดได้มาจากการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ ส่วนข้อมูลจำเพาะบางอย่างได้จากผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งผู้นำชุมชนที่เป็นทางการและผู้ชำนาญการในแต่ละประเด็นปัญหา การนำเสนอเรื่องราวจากภาพกว้างไปสู่ภาพเฉพาะช่วยให้เห็นกำเนิด การเติบโตและพัฒนาการของท้องถิ่น ชุมชนที่ศึกษาส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 100 กว่าปี เป็นชุมชนที่อยู่ได้ด้วยตัวเองในระยะแรก แต่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การที่รัฐได้เร่งพัฒนาประเทศเพื่อให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมประเทศทั้งหลายได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการดำเนินชีวิตของผู้คนท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกผลักดันให้สังคมชนบทต้องพึ่งพาสังคมเมืองยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นก็เริ่มถดถอยไปพร้อมกับการเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้เป็นต้นทุนเพื่อการผลิต การดิ้นรนเพื่อการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ คือปัญหาที่ชาวนาชาวไร่กำลังเผชิญ</p>"		ชุมชน, มานุษยวิทยา, การศึกษา, งานวิจัยและวิทยานิพนธ์, ไทย (ภาคเหนือ), ไทย (ภาคกลางตอนบน), ไทย (ภาคกลางตอนล่าง), ไทย (ภาคอีสาน)		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=12	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/006-cover.jpg
10	13	อื่นๆ	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
11	13	วารสาร	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
12	13	บทความ	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
13	13	วิทยานิพนธ์	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
14	13	รายงานงานวิจัย	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
15	13	รายงาน	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
16	13	หนังสือ	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
17	13	จุลสาร	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
18	13	สูจิบัตร	จิตรกรรม ประติมากรรมในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามาหลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรม ประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน</p>"		จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=13	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/007-cover.jpg
19	14	อื่นๆ	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
20	14	วารสาร	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
21	14	บทความ	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
22	14	วิทยานิพนธ์	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
23	14	รายงานงานวิจัย	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
24	14	รายงาน	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
25	14	หนังสือ	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
26	14	จุลสาร	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
27	14	สูจิบัตร	ประเพณีสิบสองเดือน : พิธีกรรมที่เปลี่ยนไป		"<p>
	การศึกษาประเพณีสิบสองเดือน ได้รวบรวมหลักฐานและรายละเอียดเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณีในแต่ละภูมิภาคว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร และมีความหมายอย่างไรต่อการดำรงอยู่ของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาบริบทแวดล้อมทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือเพิ่มเติมการปรุงแต่งขึ้นใหม่</p>"		พระราชพิธี, ประเพณีสิบสองเดือน, การเปลี่ยนแปลง, ประเพณีท้องถิ่น, ไทย, ภาคกลาง, ภาคใต้, ภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=14	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/009-cover..jpg
28	18	อื่นๆ	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
29	18	วารสาร	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
30	18	บทความ	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
31	18	วิทยานิพนธ์	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
32	18	รายงานงานวิจัย	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
33	18	รายงาน	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
34	18	หนังสือ	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
35	18	จุลสาร	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
36	18	สูจิบัตร	การศึกษามิติวัฒนธรรมในยุคเศรษฐกิจพอเพียง		"<p>
	การศึกษากระบวนการดำเนินงานและระบบวัฒนธรรมท้องถิ่นในกรณีศึกษากลุ่มองค์กร/ชุมชน ที่ได้ดำเนินงานตามสาระสำคัญของ เศรษฐกิจพอเพียง หรือเศรษฐกิจแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปรับตัวให้สามารถอยู่รอดท่ามกลางสภาพสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงการปรับตัวให้สมดุลกับบริบทแวดล้อม โดยมุ่งศึกษาเพื่อประมวลความสำเร็จ/ล้มเหลว วิเคราะห์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการแปรแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ซึ่งได้เลือกกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา 6 กรณี เช่น กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ฯ ต.น้ำขาว อ.จะนะ จ.สงขลา, มูลนิธิพิพิธประชานาถ ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์, ชุมชนทุ่งยาว ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน, ชุมชนยี่สาร ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม</p>"		เศรษฐกิจพอเพียง, กลุ่มสัจจะออมทรัพย์, มูลนิธิพิพิธประชานาถ, ชุมชนประดิษฐ์โทรการ, ชุมชนบ้านทุ่งยาว, บริษัทกลุ่มสามมิตร		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=18	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/013-cover.jpg
37	19	อื่นๆ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
38	19	วารสาร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
39	19	บทความ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
40	19	วิทยานิพนธ์	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
41	19	รายงานงานวิจัย	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
42	19	รายงาน	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
43	19	หนังสือ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
44	19	จุลสาร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
45	19	สูจิบัตร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=19	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/014-cover.jpg
46	27	อื่นๆ	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
47	27	วารสาร	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
48	27	บทความ	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
49	27	วิทยานิพนธ์	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
50	27	รายงานงานวิจัย	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
51	27	รายงาน	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
52	27	หนังสือ	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
53	27	จุลสาร	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
54	27	สูจิบัตร	วัดกับชุมชน		"<p>
	งานวิจัยทางวิชาการชิ้นนี้เป็นความพยายามที่จะทำความเข้าใจที่มาและความเป็นไปของ &quot;วัด&quot; โดยมองจากพัฒนาการการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับชุมชนมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะเป็นเนินหลุมดินฝังศพของหมู่บ้านสูงเด่นกว่าระดับพื้นทั่วไป ยุคเหล็กเจ้าของเครื่องมือหินขัด บรรจงปักหินแบ่งแยกหลุมศพและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนออกจากเขตที่พักอาศัย หินตั้งถูกปรับเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของเสมา ต่อมาพุทธศาสนาได้รับการยอมรับและแพร่หลายล่วงมาจนถึงสมัยสุโขทัย พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรารับรู้ในนามของ &quot;วัด&quot; ปรากฏเป็นครั้งแรก จนมาถึงสมัยอยุธยาวัดได้กลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนอย่างแท้จริง</p>"		วัด, ชุมชน, พุทธศาสนากับสังคม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ศาสนา, สถาบันสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=27	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/028-cover.jpg
55	28	อื่นๆ	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
56	28	วารสาร	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
57	28	บทความ	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
58	28	วิทยานิพนธ์	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
59	28	รายงานงานวิจัย	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
60	28	รายงาน	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
61	28	หนังสือ	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
62	28	จุลสาร	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
63	28	สูจิบัตร	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน		"<p>
	การศึกษาภูมิหลังและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ตลิ่งชัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ศึกษาวิจัยในการทำงานเกี่ยวกับสังคมลุ่มน้ำลำคลองของชาวสวนชาวสยามที่เคยมีชีวิตอยู่อย่างสงบร่มเย็นในอดีตก่อนที่เมืองได้เข้ามารุกไล่ จนชาวสวนดั้งเดิมต้องเข้าไปอยู่ในส่วนลึก ๆ ห่างจากถนนใหญ่ บางตระกูลก็ต้องเลิกไปเนื่องจากการสร้างถนนผ่ากลางบ้าน ทั้งที่นา สวนผลไม้และสวนผัก ถือเป็นเพียงเรื่องราวของอดีตที่เคยรุ่งเรืองในการเป็นพื้นที่ซึ่งผลิตผลไม้รสชาติดีที่สุดแห่งหนึ่ง และพื้นที่ตลิ่งชันนั้นยังสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของการใช้ที่ดิน น้ำ ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยาและการขยายตัวของมหานคร</p>"		การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ตลิ่งชัน, กรุงเทพฯ, ความเป็นอยู่และประเพณี,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=28	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/029-cover.jpg
64	32	อื่นๆ	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
65	32	วารสาร	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
66	32	บทความ	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
67	32	วิทยานิพนธ์	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
68	32	รายงานงานวิจัย	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
69	32	รายงาน	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
70	32	หนังสือ	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
71	32	จุลสาร	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
72	32	สูจิบัตร	เหย้าเรือนพื้นบ้านย่านตะวันตก		"<p>
	โครงการวิจัยนี้มุ่งศึกษาสถาปัตยกรรมประเภทที่อยู่อาศัยของชาวชนบท ในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี และเพชรบุรี โดยกรอบการวิจัยศึกษาจำเพาะเรือนผูกแบบยกพื้น ที่หลงเหลืออยู่น้อยจนเข้าข่ายเป็นสิ่งหายาก เรือนจำนวน 20 หลัง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีศึกษานี้ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยวิธีรังวัดขนาด วาดภาพและถ่ายภาพบันทึกรูปลักษณ์ ประกอบกับการสังเกตการณ์และการสัมภาษณ์ แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีเชิงคุณภาพตามหลักพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ซึ่งรูปแบบเรือนมีทั้งประเภทที่ยกพื้นเตี้ยเพียงระดับเข่าหรือเอวกระทั่งสูงพ้นหัวคนสามารถใช้ประโยชน์ใต้ถุนเรือนได้&nbsp;</p>"		สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น, เหย้า, เรือน, เมือง, บ้าน, ย่านตะวันตก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=32	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/034-cover.jpg
73	33	อื่นๆ	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
74	33	วารสาร	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
75	33	บทความ	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
76	33	วิทยานิพนธ์	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
77	33	รายงานงานวิจัย	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
78	33	รายงาน	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
79	33	หนังสือ	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
80	33	จุลสาร	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
81	33	สูจิบัตร	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคเหนือและภาคกลาง		"<p>
	โครงการนี้เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และ EFEO จัดทำควบคู่กับโครงการวิจัยกรณีเดียวกันในประเทศใกล้เคียง ได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และศรีลังกา เป็นต้น โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย (ปีที่ 1) เก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาทรงคุณค่าจำนวนมากที่สุดในประเทศ โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันขึ้นเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่เฉพาะแต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, เหนือ, กลาง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=33	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/035-cover.jpg
82	34	อื่นๆ	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
83	34	วารสาร	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
84	34	บทความ	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
85	34	วิทยานิพนธ์	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
86	34	รายงานงานวิจัย	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
87	34	รายงาน	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
88	34	หนังสือ	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
89	34	จุลสาร	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
90	34	สูจิบัตร	สถาปัตยกรรมวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย: วัดภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง วัดพุทธศาสนาในประเทศไทย ปีที่ 2 เป็นโครงการเก็บข้อมูลในพื้นที่ของภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคตะวันออก โดยให้ความสนใจในเรื่องผังบริเวณวัดและสถาปัตยกรรมประเภทต่าง ๆ ที่ประกอบรวมกันเป็นวัดทั้งสิ้น มิใช่แต่เฉพาะ เจดีย์ โบสถ์ วิหาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมหลักของวัด แต่ยังรวมไปถึง หอไตร ศาลาต่าง ๆ กุฏิ เว็จกุฏิ ห้องสรง รั้ววัด ฯลฯ รวมเป็นข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแต่ละภูมิภาค ภายใต้มุมมองที่แตกต่างกว่าการศึกษาสถาปัตยกรรมที่เคยเป็นมา นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้เพิ่มเติมข้อมูลในการสำรวจสถาปัตยกรรมภาคเหนือและภาคกลาง (โครงการวิจัยปีที่ 1) เพื่อให้งานวิจัยดังกล่าวมีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>"		วัด, สถาปัตยกรรม, พุทธศาสนา, ไทย, ใต้, อีสาน, ตะวันออก		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=34	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/036-cover.jpg
91	35	อื่นๆ	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
92	35	วารสาร	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
93	35	บทความ	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
94	35	วิทยานิพนธ์	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
95	35	รายงานงานวิจัย	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
96	35	รายงาน	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
97	35	หนังสือ	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
98	35	จุลสาร	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
99	35	สูจิบัตร	พื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน : กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์ท้องที่วัดแดง		"<p>
	โครงการวิจัยนี้ ได้ศึกษาพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมซึ่ง พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ของท้องถิ่น สะท้อนความเป็นชุมชนชาวสวน จังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ถูกทำให้เป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรม ภายใต้การสร้างความสัมพันธ์กับอำนาจของกระบวนการทางสังคมให้เกิดการสร้างความจริง สร้างพื้นที่ความทรงจำให้เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นเอกลักษณ์ อาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนช่วยเสริมความทรงจำและความชอบธรรมให้หมู่บ้านตนเอง สอดรับกับนโยบายวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;</p>"		พิพิธภัณฑ์บ้านวัดแดง, พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, บ้านวัดแดง, วัฒนธรรม, ชุมชน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=35	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/039-cover.jpg
100	36	อื่นๆ	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
101	36	วารสาร	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
102	36	บทความ	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
103	36	วิทยานิพนธ์	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
104	36	รายงานงานวิจัย	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
105	36	รายงาน	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
106	36	หนังสือ	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
107	36	จุลสาร	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
108	36	สูจิบัตร	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย		"<p>
	หมู่บ้านลอยน้ำของไทย เป็นการศึกษาเปรียบเทียบ โดยเน้นการสำรวจภาคสนามของหมู่บ้านลอยน้ำที่แม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีผังเรือนแพแบบเกาะกลุ่ม กับหมู่บ้านที่แม่น้ำน่าน จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีเรือนแพเกาะยาวไปตามลำน้ำ โดยการเสนอรายละเอียดเกี่ยวเนื่อง ระหว่างนิเวศวิทยาวัฒนธรรม ความเชื่อ และสถาปัตยกรรม เน้นการสำรวจทางกายภาพด้วยภาพถ่าย และการรังวัดตัวเรือน ครอบคลุมการสำรวจหมู่บ้านและองค์ประกอบที่สัมพันธ์กับหมู่บ้าน ตัวเรือน และการดำรงชีวิต ผนวกกับการศึกษาจากเอกสารในเนื้อหาของประวัติความเป็นมา การตั้งถิ่นฐาน ระบบสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสัมพันธ์กับชีวิตและการอยู่อาศัย รวมทั้งการสัมภาษณ์จากผู้อยู่อาศัยเพื่อให้ทราบถึงอายุเรือน ระยะเวลาการอยู่อาศัย รวมทั้งแนวโน้มการย้ายถิ่นฐาน</p>"		เรือนแพ, หมู่บ้านลอยน้ำ, อุทัยธานี, นครสวรรค์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=36	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/040-cover.jpg
109	37	อื่นๆ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
110	37	วารสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
111	37	บทความ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
112	37	วิทยานิพนธ์	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
113	37	รายงานงานวิจัย	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
114	37	รายงาน	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
115	37	หนังสือ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
116	37	จุลสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
117	37	สูจิบัตร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1)		"<p>
	การศึกษาเรื่อง การช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=37	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/041-cover.jpg
118	39	อื่นๆ	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
119	39	วารสาร	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
120	39	บทความ	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
121	39	วิทยานิพนธ์	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
122	39	รายงานงานวิจัย	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
123	39	รายงาน	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
124	39	หนังสือ	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
125	39	จุลสาร	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
126	39	สูจิบัตร	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม		"<p>
	การสำรวจองค์ความรู้ชาติพันธุ์วิทยางานชิ้นนี้ มุ่งศึกษาองค์ความรู้กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; และ &rdquo;ม้ง&rdquo; ในประเทศเวียดนาม ผู้วิจัยได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ&nbsp; ประวัติการศึกษาชาติพันธุ์วิทยาในเวียดนาม, การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ไท&rdquo; ในเวียดนาม และการศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ม้ง&rdquo; ในเวียดนาม นอกจากนี้ผู้วิจัยได้รวบรวมเอกสารที่น่าสนใจพร้อมรายการบรรณานุกรมและบทวิเคราะห์ที่สำคัญไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย</p>"		ชาติพันธุ์วิทยา, เวียดนาม, ไท, ม้ง, การวิจัย		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=39	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/051-cover.jpg
127	40	อื่นๆ	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
128	40	วารสาร	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
129	40	บทความ	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
130	40	วิทยานิพนธ์	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
131	40	รายงานงานวิจัย	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
132	40	รายงาน	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
133	40	หนังสือ	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
134	40	จุลสาร	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
135	40	สูจิบัตร	การรู้หนังสือ สถานที่ และการก่อตัวของเมืองไทดำ: บททดลองเสนอประวัติศาสตร์การเมืองไทดำในเวียดนามยุคก่อนสมัยใหม่ (มุมมองจากเอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot;)		"<p>
	รายงานการวิจัยนี้เสนอให้เห็น ความสัมพันธ์ทางการเมืองของกลุ่มชนไทดำในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามก่อนยุคปฏิวัติ โดยอ่านจากเอกสารความโต้เมืองเป็นหลัก ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองโดยเชื่อมโยงกับสถานที่และพื้นที่ ทั้งยังเป็นเอกสารที่ถูกใช้อ่านในพิธีศพ เป็นเสมือนเครื่องมือในการสร้างความผูกพันต่อสถานที่และพื้นที่ผ่านการนำเสนอในพิธีกรรม การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเอกสารของไทดำโบราณ ประกอบการศึกษาภาคสนามของผู้เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 ถึง 2004 ในแง่เอกสาร ใช้เอกสาร &quot;ความโต้เมือง&quot; สำนวนต่าง ๆ เป็นแกนกลางของการศึกษา และอาศัยเอกสารอื่น ๆ ประกอบ นอกจากนี้รายงานวิจัยเรื่องนี้ยังได้แนบบางส่วนของคำแปลและการวิเคราะห์ต้นฉบับเอกสารของไทดำไว้ให้ศึกษาอีกด้วย</p>"		ไทดำ, เวียดนาม, ประวัติศาสตร์, ความโต้เมือง		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=40	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/052-cover.jpg
136	41	อื่นๆ	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
137	41	วารสาร	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
138	41	บทความ	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
139	41	วิทยานิพนธ์	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
140	41	รายงานงานวิจัย	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
141	41	รายงาน	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
142	41	หนังสือ	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
143	41	จุลสาร	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
144	41	สูจิบัตร	การตรวจชำระและการศึกษาเชิงวิเคราะห์คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับภาษาบาลี		"<p>
	พิมพาภิกขุนีนิพพานภาษาบาลีเป็นวรรณกรรมร้อยแก้วที่แต่งขึ้นในประเทศไทย สันนิษฐานว่าผู้แต่งน่าจะเป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยา เรื่องในพิมพาภิกขุนีนิพพานมีทั้งสิ้น 80 เรื่อง ต้นฉบับที่ใช้ในการตรวจชำระครั้งนี้เป็นต้นฉบับใบลาน จำนวน 10 ฉบับ ต้นฉบับที่เก่าที่สุดน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ต้นฉบับที่คัดลอกในสมัยอยุธยามีการใช้คำศัพท์ที่ไม่เคร่งครัดและมีวิธีเขียนคำหลายแบบ ซึ่งอาจแสดงถึงวิธีการเขียนคำบาลีในสมัยอยุธยา แม้ว่าคนไทยจะรู้จักเรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องพิมพาภิกขุนีกลับไม่มีผู้สนใจศึกษา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีอุปสรรคหลายประการ เช่น วรรณคดีเรื่องนี้ยังอยู่ในต้นฉบับตัวเขียน และยังไม่มีการเผยแพร่เท่าที่ควร เรื่องพิมพาภิกขุนีนิพพานฉบับสมบูรณ์จึงไม่เป็นที่รู้จักของนักวิชาการชาวไทยและต่างประเทศ ผู้ศึกษาวิจัยได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากต้นฉบับตัวเขียนอักษรขอมและอักษรมอญ ที่ได้คัดเลือกไว้เป็นอักษรโรมัน แล้วทำการสอบทานและตรวจชำระต้นฉบับอื่นๆ ที่ได้คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเลือกเอกสารโบราณอีก 10 ฉบับ เพื่อให้มีเนื้อหาใกล้เคียงกับฉบับดั้งเดิม หลังจากนั้นจึงแปลเนื้อความเป็นภาษาไทยเพื่อศึกษาวิเคราะห์ต่อไป</p>"		คัมภีร์พิมพาภิกขุนีนิพพาน, พุทธศาสนา, วรรณกรรมพุทธศาสนา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=41	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/053-cover.jpg
145	42	อื่นๆ	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
146	42	วารสาร	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
147	42	บทความ	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
148	42	วิทยานิพนธ์	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
149	42	รายงานงานวิจัย	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
150	42	รายงาน	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
151	42	หนังสือ	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
152	42	จุลสาร	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
153	42	สูจิบัตร	ตลาดกับวิถีชีวิต		"<p>
	โครงการวิจัยตลาดกับวิถีชีวิต ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 5 เรื่อง ศึกษาในพื้นที่หลากหลาย เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตลาดสดแบ๊คควา-ฮานอย พื้นที่ศึกษามีทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ราชการ ยกตัวอย่าง การเกิดตลาดในสถานที่ทำงานซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐนับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงความคิดบางอย่างเกี่ยวกับ &quot;พื้นที่สถานที่ราชการ&quot; มาเป็นพื้นที่ตลาด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปทำกิจกรรมได้ ขณะเดียวกันตลาดนัดในอีกหลาย ๆ ที่มีความสัมพันธ์และสนองตอบต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ปิดและห่างไกลจากย่านธุรกิจ อย่างชุมชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็มีบทบาทหน้าที่ที่แฝงอยู่มากกว่าการเป็นเพียงหนึ่งกลไกในระบบเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าราคาประหยัด หากจะเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในพื้นที่สาธารณะภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างมีนัยยะสำคัญ</p>"		ตลาด, ตลาดนัด, มานุษยวิทยา, สังคมวิทยา		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=42	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/054-cover.jpg
154	48	อื่นๆ	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
155	48	วารสาร	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
156	48	บทความ	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
157	48	วิทยานิพนธ์	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
158	48	รายงานงานวิจัย	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
159	48	รายงาน	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
160	48	หนังสือ	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
161	48	จุลสาร	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
162	48	สูจิบัตร	การศึกษาและปริวรรตจารึก: จารึกพบที่อำเภอนาน้อย และ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งรวบรวม ปริวรรต และศึกษาวิเคราะห์จารึกในพื้นที่อำเภอนาน้อยและอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พบจารึกจำนวนทั้งสิ้น 128 รายการ แบ่งเป็นพบที่อำเภอนาน้อย จำนวน 91 รายการ และอำเภอนาหมื่น จำนวน 37 รายการ จารึกมีอายุระหว่าง พ.ศ. 2258-2495 ซึ่งมีการบันทึกด้วยอักษร 3 ชนิด ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา อักษรไทยนิเทศ และอักษรไทย ในส่วนเนื้อหาสาระพบว่าจารึกส่วนใหญ่มีเนื้อหาว่าด้วยการประกอบกุศลกิจกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การสร้างหรือการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน การถวายพระพุทธรูป ผ้าพระบฏกลอง ฯลฯ ให้แก่วัด ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าศรัทธานั้นมีทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายฆราวาส ฝ่ายฆราวาสมีทุกชนชั้นในสังคม นับตั้งแต่เจ้าผู้ครองนครน่าน พระญาติ ข้าราชบริพาร และชาวบ้านทั่วไป</p>"		ปริวรรต, จารึก, นาน้อย, นาหมื่น, น่าน		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=48	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/098-cover.jpg
163	55	อื่นๆ	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
164	55	วารสาร	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
165	55	บทความ	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
166	55	วิทยานิพนธ์	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
167	55	รายงานงานวิจัย	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
168	55	รายงาน	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
169	55	หนังสือ	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
170	55	จุลสาร	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
171	55	สูจิบัตร	กลุ่มชาติพันธุ์ กรณีกลุ่มซาไกและเซมังหรือมานิในภาคใต้: จังหวัดพัทลุง สตูลและตรัง		"<p>
	&quot;มานิ&quot; จัดเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นิกริโต อพยพเข้ามาอยู่ในแหลมมลายูภายหลังชนเผ่าเซมัง แต่ก็นับว่ามานิเป็นกลุ่มมนุษยชาติเก่าแก่ที่มีถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศไทย ตลอดจนไปถึงประเทศมาเลเซีย และบางส่วนในประเทศอินโดนีเซียมาก่อนกลุ่มอื่น คนกลุ่มนี้นับวันจะลดน้อยลง เพราะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ยากที่จะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทั้งสภาพการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ความเป็นเมืองที่บุกรุกเข้าไปในป่า แหล่งที่อยู่อาศัยของมานิกระจัดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ เช่น จังหวัดยะลา นราธิวาส สงขลา พัทลุง สตูลและตรัง&nbsp; ซึ่งงานวิจัยนำเสนอข้อมูลพื้นฐานกลุ่มมานิในพื้นที่เขตป่าเทือกเขาบรรทัด 3 จังหวัด คือ พัทลุง ตรังและสตูล&nbsp;</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ซาไก, เซมัง, มานิ, ภาคใต้,		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=55	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/190-cover.jpg
172	56	อื่นๆ	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
173	56	วารสาร	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
174	56	บทความ	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
175	56	วิทยานิพนธ์	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
176	56	รายงานงานวิจัย	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
177	56	รายงาน	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
178	56	หนังสือ	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
179	56	จุลสาร	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
180	56	สูจิบัตร	การศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้เป็นไปเพื่อรวบรวมองค์ความรู้แหล่งจัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีสำหรับเป็นฐานข้อมูลให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยและฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้ยังศึกษาข้อมูลบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลให้เกิดความเข้าใจพื้นที่เหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยได้เลือกสำรวจข้อมูลในเขตภาคกลาง ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุในหลุมขุดค้นในเขตภาคกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง อาทิ บ้านโปรตุเกส จังหวัดอยุธยา เตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี หนองราชวัตร จังหวัดสุพรรณบุรี</p>"		แหล่งเรียนรู้, โบราณคดี, โบราณวัตถุ, หลุมขุดค้นทางโบราณคดี		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=56	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/194-cover.jpg
181	57	อื่นๆ	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
182	57	วารสาร	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
183	57	บทความ	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
184	57	วิทยานิพนธ์	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
185	57	รายงานงานวิจัย	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
186	57	รายงาน	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
187	57	หนังสือ	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
188	57	จุลสาร	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
189	57	สูจิบัตร	พลวัตทางชาติพันธุ์ของคนพลัดถิ่นชายแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มชาติพันธุ์ กะซอง และซำเร		"<p>
	ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากส่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อประชาคมชาติพันธุ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นประเด็นปัญหาท้าทายที่นำมาทบทวนและพิจารณาในบริบทที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในรูปแบบนโยบายการกำหนดพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์พลัดถิ่น ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางชาติพันธุ์ของโลกที่เกิดขึ้นมายาวนาน โดยงานศึกษาวิจัยนี้มุ่งศึกษาสภาพสังคมวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่ม &quot;กะซอง&quot; และ &quot;ซำเร&quot; ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจการเมืองบริเวณพื้นที่ชายแดนตะวันออกของไทย โดยเฉพาะเมื่อภาครัฐดำเนินนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราด ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอันจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ร่วมสมัยของชุมชนประชาคมชาติพันธุ์ และพัฒนาแนวนโยบายทางวัฒนธรรมต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไป</p>"		กะซอง, ซำเร, งานผีแม่มด, สำนึกทางชาติพันธุ์		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=57	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/200-cover.jpg
190	61	อื่นๆ	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
191	61	วารสาร	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
192	61	บทความ	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
193	61	วิทยานิพนธ์	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
194	61	รายงานงานวิจัย	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
195	61	รายงาน	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
196	61	หนังสือ	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
197	61	จุลสาร	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
198	61	สูจิบัตร	ขัดกันฉันมิตร: คู่มือทักษะวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนใต้		"<p>
	&quot;ทักษะวัฒนธรรม&quot; คือหนังสือคู่มือรูปแบบกึ่งนิยาย โดยเขียนเป็นเรื่องเล่าของเด็กสามคนจากสามครอบครัว ถึงแม้ว่าตัวละคร ฉาก และเหตุการณ์จะเป็นเรื่องสมมุติ&nbsp; แต่เนื้อหาที่ถ่ายทอดเป็นเรื่องราวประสบการณ์จริง ความเข้าใจและความรู้สึกของคนในท้องถิ่นที่เติบโตขึ้นมา เป็นการเสนอภาพของชายแดนใต้ที่มีวัฒนธรรมหลากหลายกลุ่ม ทั้งวัฒนธรรมมลายูมุสลิม พุทธ และจีน อยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแนวการเขียนที่หวังว่าผู้อ่านทั่วไปจะอ่านได้อย่างมีอรรถรสกว่ารายงานวิจัย สร้างความเข้าใจ สร้างแนวปฏิบัติให้เกิดความไว้วางใจ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการขจัดความระหวาดระแวง ความไม่รู้จักกันระหว่างกลุ่มคน</p>"		มุสลิม, ชาวไทยมุสลิม, ภาคใต้, ความเป็นอยู่และประเพณี, ภาวะสังคม		20 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=61	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/092-cover.jpg
199	62	อื่นๆ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
200	62	วารสาร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
201	62	บทความ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
202	62	วิทยานิพนธ์	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
203	62	รายงานงานวิจัย	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
204	62	รายงาน	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
205	62	หนังสือ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
206	62	จุลสาร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
207	62	สูจิบัตร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 1 สร้างเครือข่ายและสำรวจสภาพพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	การสำรวจพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย (กรกฎาคม 2546 - เมษายน 2547) ทั้งการศึกษาจากเอกสาร การจัดเวทีประชุมหารือกับบุคลากรในท้องถิ่นในภูมิภาคต่าง ๆ และการสำรวจภาคสนาม ซึ่งทำให้ได้รู้จักพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นรวม 128 แห่ง เป็นไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจกระบวนการทางสังคมที่ทำให้เกิดการก่อตัวของพิพิธภัณฑ์ สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และความต้องการของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อรู้จักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและดำเนินการของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่ง สำหรับเป็นพื้นฐานในการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วยการรวบรวมเนื้อหาสร้างเป็นฐานข้อมูล งานวิจัย และงานด้านการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ในฐานะองค์กรในการสร้างความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=62	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/249-cover.jpg
208	63	อื่นๆ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
209	63	วารสาร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
210	63	บทความ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
211	63	วิทยานิพนธ์	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
212	63	รายงานงานวิจัย	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
213	63	รายงาน	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
214	63	หนังสือ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
215	63	จุลสาร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
216	63	สูจิบัตร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 1 วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : กรณีศึกษา		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กรณีศึกษา 3 แหล่ง ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดบ้านดอน จ.ระยอง โดยมีนักวิจัยภาคสนามประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ จากการศึกษาโดยภาพรวมพบว่า พิพิธภัณฑ์แบบชาวบ้านมีความหลากหลายและยืดหยุ่นกว่าพิพิธภัณฑ์ในเมือง พิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง มีความใกล้ชิดกับวัดเป็นอย่างมาก การที่พิพิธภัณฑ์มีความคาบเกี่ยวกับวัด ด้านหนึ่งก็สามารถพึ่งพิงทรัพยากรของวัด แต่ในอีกด้านก็ทำให้เกิดบริเวณที่มีความขัดแย้งได้ พิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและวัดไหล่หินเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชุมชน เป็นที่เคารพศรัทธา ได้รับการจดจำในฐานะตัวแทนชุมชน ขณะที่หนังใหญ่วัดบ้านดอนเป็นมรดกวัฒนธรรมของจังหวัดระยองมากเสียกว่าความเป็นของชุมชนบ้านดอน เนื่องจากตัวหนังมีความเกี่ยวข้องผูกพันจำกัดอยู่เฉพาะในวงของนักแสดงและทายาทเป็นหลัก นอกจากนั้นชุมชนมองบทบาทพิพิธภัณฑ์ในฐานะเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุสิ่งของ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนมีรูปแบบชีวิตแบบคนเมืองมากขึ้น รวมไปถึงกลุ่มคนอพยพจากที่อื่น ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างวัตถุสิ่งของและเนื้อหาความรู้ของมรดกวัฒนธรรมในพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=63	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/251-cover.jpg
217	64	อื่นๆ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
218	64	วารสาร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
219	64	บทความ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
220	64	วิทยานิพนธ์	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
221	64	รายงานงานวิจัย	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
222	64	รายงาน	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
223	64	หนังสือ	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
224	64	จุลสาร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
225	64	สูจิบัตร	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น : ระยะที่ 2 ปีที่ 2 ศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดและพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่ 2 ปีที่ 2 เป็นโครงการสืบเนื่องจากการศึกษาในปีที่ 1 โดยการเก็บข้อมูลชุมชนและพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ร่วมกัน ดำเนินงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น 2 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จ.นครปฐม และพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หินหลวง จ.ลำปาง แม้ทั้งสองแห่งจะมีความคล้ายคลึงกันในลักษณะการอาศัยพึ่งพิงวัด ให้ความสำคัญกับพระภิกษุองค์สำคัญ แต่ทั้งสองแห่งมีความต่างกันทั้งโครงเรื่องเล่าหลัก การดำเนินงาน และลักษณะของชุมชน ซึ่งพิพิธภัณฑ์วัดท่าพูดตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของชุมชนชานเมืองริมแม่น้ำ มีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างการผลิตและวิถีชีวิตไปเป็นแบบคนเมืองสมัยใหม่ ขณะที่กรณีพิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันตามประเพณีท้องถิ่นที่ชัดเจนกว่า โดยวัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชนที่ส่วนมากสัมพันธ์กันเป็นเครือญาติ</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์		21 มีนาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=64	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/252-cover.jpg
226	67	อื่นๆ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
227	67	วารสาร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
228	67	บทความ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
229	67	วิทยานิพนธ์	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
230	67	รายงานงานวิจัย	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
231	67	รายงาน	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
232	67	หนังสือ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
233	67	จุลสาร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
234	67	สูจิบัตร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 2)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่พระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=67	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/015-cover.jpg
235	68	อื่นๆ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
236	68	วารสาร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
237	68	บทความ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
238	68	วิทยานิพนธ์	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
239	68	รายงานงานวิจัย	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
240	68	รายงาน	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
241	68	หนังสือ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
242	68	จุลสาร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
243	68	สูจิบัตร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 3)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=68	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/016-cover.jpg
244	69	อื่นๆ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
245	69	วารสาร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
246	69	บทความ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
247	69	วิทยานิพนธ์	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
248	69	รายงานงานวิจัย	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
249	69	รายงาน	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
250	69	หนังสือ	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
251	69	จุลสาร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
252	69	สูจิบัตร	ประมวลจดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม (เล่มที่ 4)		"<p>
	การศึกษา จดหมายเหตุพระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบัน: การศึกษาเชิงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลง นั้น จำต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีพระราชภารกิจโดยตรงในการจัดการปกครองบ้านเมือง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ พระราชพิธีเหล่านี้แต่เดิมมีพราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธีถวายทั้งสิ้น มีเพียงบางพิธีที่สงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีในส่วนของพิธีสงฆ์เป็นส่วนสำคัญทุกพระราชพิธี ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อธำรงไว้ซึ่งโบราณราชประเพณี พร้อมกันนั้นได้โปรดเกล้าให้มีพราชพิธีใหม่ให้เหมาะสม โดยเฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) พระราชพิธีต่างๆ ได้รับการจัดระเบียบแบบแผนธรรมเนียมให้ต้องตามสภาพความเจริญก้าวหน้าของชาติโดยลำดับมา ซึ่งประกอบด้วยงานศึกษาจำนวน 4 เล่ม</p>"		ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธี, พระราชกรณียกิจ, พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ		27 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=69	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/017-cover.jpg
253	70	อื่นๆ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
254	70	วารสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
255	70	บทความ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
256	70	วิทยานิพนธ์	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
257	70	รายงานงานวิจัย	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
258	70	รายงาน	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
259	70	หนังสือ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
260	70	จุลสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
261	70	สูจิบัตร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 2 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=70	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/042-cover.jpg
262	71	อื่นๆ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
263	71	วารสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
264	71	บทความ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
265	71	วิทยานิพนธ์	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
266	71	รายงานงานวิจัย	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
267	71	รายงาน	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
268	71	หนังสือ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
269	71	จุลสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
270	71	สูจิบัตร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3 ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=71	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/043-cover.jpg
271	72	อื่นๆ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
272	72	วารสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
273	72	บทความ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
274	72	วิทยานิพนธ์	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
275	72	รายงานงานวิจัย	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
276	72	รายงาน	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
277	72	หนังสือ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
278	72	จุลสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
279	72	สูจิบัตร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 4 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=72	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/044-cover.jpg
280	73	อื่นๆ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
281	73	วารสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
282	73	บทความ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
283	73	วิทยานิพนธ์	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
284	73	รายงานงานวิจัย	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
285	73	รายงาน	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
286	73	หนังสือ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
287	73	จุลสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
288	73	สูจิบัตร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5 จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		จดหมายเหตุ, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=73	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/045-cover.jpg
289	74	อื่นๆ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
290	74	วารสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
291	74	บทความ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
292	74	วิทยานิพนธ์	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
293	74	รายงานงานวิจัย	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
294	74	รายงาน	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
295	74	หนังสือ	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
296	74	จุลสาร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
297	74	สูจิบัตร	การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 6 คำพื้นถิ่นเรา)		"<p>
	การศึกษาการช่วยเหลือร่วมกันในพื้นที่ทางวัฒนธรรม มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการศึกษาความหมายของการดำรงอยู่ของสังคมประเพณี เพื่อการอยู่รอดร่วมกันของกลุ่มคนในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน ในจิตสำนึกและค่านิยมทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของการพัฒนารูปแบบ ความหมายของการช่วยเหลือกันของคนในอดีตถึงปัจจุบัน ฯลฯ โดยพื้นที่การศึกษานั้นเป็นการศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่วัฒนธรรมที่ต่างมีตำนานของตนเอง พื้นที่หนึ่งมีตำนานเจ้าบ่อคำแดงเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนกลุ่มต่าง ๆ ส่วนอีกกลุ่มคือ พื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย อยู่ในอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์สำนึกร่วมกันผ่านการใช้สถานที่และสถาบันทางสังคมเดียวกันคือ วัดเขาน้อย โดยงานวิจัยเรื่องนี้ประกอบด้วย 6 ส่วน อันได้แก่ การช่วยเหลือร่วมกันของพื้นที่ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น : กรณีศึกษาพื้นที่วัฒนธรรมวัดเขาน้อยและพื้นที่วัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 1) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 2) ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 3) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมวัดเขาน้อย (เล่มที่ 4) จดหมายเหตุพื้นที่ทางวัฒนธรรมเจ้าบ่อคำแดง (เล่มที่ 5) และคำพื้นถิ่นเรา (เล่มที่ 6)</p>"		พื้นถิ่น, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมท้องถิ่น, วัฒนธรรมไทย, วัฒนธรรมเปรียบเทียบ, เจ้าบ่อคำแดง, วัดเขาน้อย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=74	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/046-cover.jpg
298	75	อื่นๆ	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
299	75	วารสาร	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
300	75	บทความ	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
301	75	วิทยานิพนธ์	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
302	75	รายงานงานวิจัย	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
303	75	รายงาน	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
304	75	หนังสือ	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
305	75	จุลสาร	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
306	75	สูจิบัตร	วิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ระยะที่2 จัดทำฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น		"<p>
	โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นระยะที่ 2: จัดทำข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รวบรวม สังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพิ่มเติม นำไปสู่การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลสำหรับให้บริการแก่นักวิจัยและผู้ที่สนใจ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการสามารถรวบรวมรายนามพิพิธภัณฑ์ จำนวน 458 แห่ง แบ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ 212 แห่ง และข้อมูลจากการประชุมเครือข่าย จำนวน 246 แห่ง โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาและการจัดแสดงของแต่ละพิพิธภัณฑ์</p>"		พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, พิพิธภัณฑ์ชุมชน, พิพิธภัณฑ์ชาวบ้าน, พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน, เครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น, สำรวจพิพิธภัณฑ์, ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=75	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/250-cover.jpg
307	76	อื่นๆ	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
308	76	วารสาร	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
309	76	บทความ	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
310	76	วิทยานิพนธ์	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
311	76	รายงานงานวิจัย	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
312	76	รายงาน	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
313	76	หนังสือ	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
314	76	จุลสาร	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
315	76	สูจิบัตร	เพศวิถีกะเทยอีสานในพื้นที่หมอลำ		"<p>
	หมอลำเป็นมหรสพพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานที่ให้ความบันเทิง&nbsp; ทั้งเป็นศูนย์รวมให้ผู้คนในชุมชนมารวมตัวกันซึ่งมีอยู่ทุกช่วงอายุ ทุกเพศ ทุกวัย กลุ่มคนที่มีความโดดเด่นในพื้นที่หมอลำ คือ &quot;กะเทย&quot; เพราะเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมกะเทยอีสานทั่วทุกสารทิศและทุกหมู่บ้านเข้ามารวมตัวกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นว่ากะเทยอีสานใช้พื้นที่ทางวัฒนธรรมตอบโจทย์ชีวิตตามเพศวิถีของตนโดยไม่ถูกต่อต้านจากคนในชุมชน</p>"		เพศสภาวะและเพศวิถี, กะเทย, อีสาน, หมอลำ, การแสดงพื้นบ้าน		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=76	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/141-cover.jpg
316	77	อื่นๆ	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
317	77	วารสาร	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
318	77	บทความ	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
319	77	วิทยานิพนธ์	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
320	77	รายงานงานวิจัย	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
321	77	รายงาน	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
322	77	หนังสือ	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
323	77	จุลสาร	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
324	77	สูจิบัตร	ชีวิตและประสบการณ์ทางเพศความหมายในโลกของทอม-ดี้		"<p>
	เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวาทกรรมหลักเรื่องเพศยังวนเวียนอยู่ในเรื่องของความเป็นชายและความเป็นหญิง เน้นแนวอนุรักษ์ มีผลทำให้การเรียนรู้เรื่องเพศของคนในสังคมถูกจำกัด จนทำให้ไม่เข้าใจตัวเองและไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือกหนทางชีวิตเพศได้อย่างรู้เท่าทัน ขณะเดียวกันก็ขัดแย้งกับภาพความเป็นจริงและการปฏิบัติที่ปรากฏในสังคม แทนที่จะทำให้คนในสังคมมีความสุขกับการใช้ชีวิต เพศกลับเป็นการสร้างความทุกข์ ความกังวล และมีปัญหาต่อเนื่องตามมา ยิ่งสังคมมีความจำกัดในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับเพศของคนส่วนน้อยเพียงใด ยิ่งทำให้สังคมไม่สามารถเรียนรู้นอกกรอบความเป็นเพศที่มีอยู่ และทำให้การพัฒนาสังคมที่ครอบคลุม รองรับความต้องการของพลเมืองให้มีสิทธิเท่าเทียมและมีคุณภาพอาจถูกลดทอนไป ในประเด็นของคู่สัมพันธ์ทอมดี้ความรู้ก็ยังมีอยู่อย่างจำกัดมาก อาจเป็นเพราะการเลือกที่จะอยู่อย่างเป็นเอกเทศเพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะจากสังคมที่รุนแรงเกินไป ดังนั้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชีวิตเพศจึงอยู่ในแวดวงเครือข่ายของคนกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดข้อจำกัดที่สังคมจะเรียนรู้และยอมรับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากสังคม&nbsp;</p>"		วิถีเพศ, สุขภาวะทางเพศ, สตรี, รักร่วมเพศ, คนข้ามเพศ, ทอมดี้		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=77	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/142-cover.jpg
325	78	อื่นๆ	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
326	78	วารสาร	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
327	78	บทความ	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
328	78	วิทยานิพนธ์	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
329	78	รายงานงานวิจัย	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
330	78	รายงาน	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
331	78	หนังสือ	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
332	78	จุลสาร	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
333	78	สูจิบัตร	โลกของนางยี่เกชายยุคก่อนและหลังจอมพล ป.พิบูลสงคราม		"<p>
	นาฏกรรมยี่เกหรือลิเก คือ คำเดียวกันหมายถึงศิลปะการแสดงที่มีเนื้อร้อง ท่าทาง บทเจรจา พัฒนาการของการแสดงยี่เกมีมาช้านาน สันนิษฐานว่าเข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ส่วนยี่เกเริ่มแสดงในสังคมไทยราวสมัยรัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเล่นถวายเป็นมหรสพในงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล การแสดงยี่เกนั้นแต่เดิมผู้แสดงมักเป็นชายล้วน ซึ่งเป็นขนบการแสดงของไทย การแสดงขณะนั้นผูกโยงกับวิธีคิดเรื่องเพศแบบชาวบ้านในสังคมไทยที่รับรู้การแบ่งเพศชายหญิงจากการแต่งกายในการแสดง โดยชาวบ้านไม่ได้สนใจว่าการแสดงออกตัวตน อารมณ์ ความปรารถนาทางเพศของผู้แสดงมากไปกว่าบทบาทที่แสดง คติความคิดเรื่องเพศก็เปลี่ยนผ่านต่อมาในยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดนโยบายรัฐ รวมถึงเปลี่ยนระบบวิธีคิดเรื่องเพศให้กับชาวบ้านหันมายอมรับการจัดแบ่งเพศตามแบบตะวันตก การที่ให้ผู้ชายมารับบทเป็นตัวนางเป็นวิธีคิดเรื่องเพศที่รัฐพยายามปฏิเสธด้วยการออกพระราชกฤษฎีกา ห้ามให้มียี่เกคณะใดเป็นชายล้วนเล่น วิธีการเหล่านี้จึงมีผลให้การแสดงยี่เกชายล้วนต้องยุติบทบาทลงไป</p>"		ยี่เก, ลิเก, เอกลักษณ์ทางเพศ, เพศสภาวะ, เพศสภาพ, เพศสภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, นาฎกรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=78	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/143-cover.jpg
334	79	อื่นๆ	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
335	79	วารสาร	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
336	79	บทความ	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
337	79	วิทยานิพนธ์	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
338	79	รายงานงานวิจัย	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
339	79	รายงาน	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
340	79	หนังสือ	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
341	79	จุลสาร	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
342	79	สูจิบัตร	พิธีกรรมทรงผีเจ้านาย : พื้นที่เปิดทางเพศภาวะในสังคมล้านนา		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาเพศภาวะของม้าขี่ที่เป็นปู๊เมีย ซึ่งคำว่า ม้าขี่ เป็นภาษาถิ่นล้านนาใช้เรียกการลงประทับร่างทรงของผีเจ้านาย และผู้วิจัยได้เลือกใช้คำว่า ปู๊เมีย เพื่อเรียกกะเทยหรือผู้ที่มีลักษณะรวมกันระหว่างชายกับหญิงตามพจนานุกรมล้านนา รวบรวมและเรียบเรียงโดยศาสตรจารย์เกียรติคุณ มณีพยอมยงค์ การศึกษาพิธีกรรมทรงผีเจ้านายจัดเป็นวัฒนธรรมสำคัญอย่างหนึ่ง สามารถนำมาเรียนรู้และทำความเข้าใจสังคมล้านนาหรือบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยในด้านความหลากหลายทางเพศภาวะ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น การศึกษาม้าขี่ปู๊เมียในพิธีกรรมทรงผีเจ้านาย จึงเน้นย้ำให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางเพศภาวะที่แตกต่างไปจากผู้หญิงและผู้ชายในสังคมล้านนา</p>"		พิธีกรรม, ผีเจ้านาย, ม้าขี่, การเข้าทรง, ความเชื่อ, กะเทย, เพศภาวะและเพศวิถี, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม, ล้านนา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=79	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/144-cover.jpg
343	80	อื่นๆ	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
344	80	วารสาร	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
345	80	บทความ	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
346	80	วิทยานิพนธ์	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
347	80	รายงานงานวิจัย	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
348	80	รายงาน	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
349	80	หนังสือ	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
350	80	จุลสาร	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
351	80	สูจิบัตร	รักสองเพศของผู้หญิง : ความปรารถนา ความสัมพันธ์ และอัตลักษณ์		"<p>
	แนวคิดเกี่ยวกับการรักสองเพศ หรือไบเซ็กชวล เป็นแนวคิดของการจัดแบ่งประเภทเรื่องเพศแบบตะวันตก ซึ่งเริ่มมีการเสนอแนวคิดและถกเถียงมาตั้งแต่กลางคริสตศตวรรษที่ 19 การจะทำความเข้าใจในประเด็นเรื่องรูปแบบเพศวิถีแบบรักสองเพศเป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความปรารถนา พฤติกรรม จินตนาการและอัตลักษณ์ทางเพศ เกี่ยวข้องกับการให้ความหมายความเป็นตัวตนระดับปัจเจก และแสดงตัวตนทางสังคมในระดับกว้าง สำหรับสังคมไทยอัตลักษณ์ทางเพศแบบรักสองเพศไม่ปรากฏให้เห็นหรืออยู่ในความรับรู้และความสนใจของผู้คนมากนัก โดยสถานการณ์การศึกษาเพศวิถีแบบรักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของผู้ชาย หรือเป็นเรื่องของชายรักชายและกะเทยมากกว่าหญิงรักหญิง สำหรับงานศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่กับบุคคลเพศเดียวกันหรือบุคคลต่างเพศเท่านั้น ยังรวมถึงการที่ผู้หญิงที่สามารถรักหรือมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีเพศภาวะหรือเพศวิถีแบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกจำกัดอยู่แค่ในกรอบของการมีเพศวิถีแบบใด</p>"		เพศวิถี, รักร่วมเพศ, สตรี, ความปรารถนา, ความสัมพันธ์, อัตลักษณ์, เพศภาวะและเพศวิถี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=80	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/145-cover.jpg
352	81	อื่นๆ	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
353	81	วารสาร	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
354	81	บทความ	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
355	81	วิทยานิพนธ์	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
356	81	รายงานงานวิจัย	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
357	81	รายงาน	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
358	81	หนังสือ	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
359	81	จุลสาร	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
360	81	สูจิบัตร	โคโยตี้บอยกับการสร้างความเป็นชายในชุมชนเกย์กรุงเทพฯ		"<p>
	สังคมไทยแต่เดิมความรู้สึกรักชอบเพศเดียวกันเป็นเรื่องส่วนตัวต้องปกปิด แต่ในระยะให้หลังอารมณ์รักเพศเดียวกันเริ่มพบเห็นและปรากฏเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา โดยมี บาร์เกย์ เป็นพื้นที่ทางสังคมของตัวเอง เป็นพื้นที่ใหม่สำหรับมาพบเพื่อน หาคู่นอนหรือคนรัก บาร์เกย์ในสังคมไทยแตกต่างไปจากบาร์เกย์ในสังคมตะวันตก เพราะบาร์เกย์ไทยจะมี เด็กออฟ (ผู้ขายบริการทางเพศ) มาทำหน้าที่บริการลูกค้า หากมองดูในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของการทำงานบริการทางเพศในบาร์เกย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น &quot;เด็กออฟ&quot; เสมอไป ปัจจุบัน โคโยตี้บอย เป็นพัฒนาการล่าสุด ซึ่งเกิดมาในช่วง 5-6 ปีมาแล้ว ได้รับความนิยมในเมืองและกรุงเทพฯ พื้นที่บาร์เกย์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ของการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถแสดงความรักกับคนต่างเพศและเพศเดียวกันได้โดยไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด&nbsp;</p>"		โคโยตี้บอย, เกย์, ผับ, บาร์, เพศวิถี, วัฒนธรรมบริโภค		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=81	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/146-cover.jpg
361	82	อื่นๆ	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
362	82	วารสาร	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
363	82	บทความ	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
364	82	วิทยานิพนธ์	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
365	82	รายงานงานวิจัย	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
366	82	รายงาน	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
367	82	หนังสือ	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
368	82	จุลสาร	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
369	82	สูจิบัตร	วัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550		"<p>
	รายงานวิจัยวัฒนธรรมอคติทางเพศในสังคมไทย ทศวรรษ 2480 ถึงทศวรรษ 2550 เกิดขึ้นจากคำถามวิจัยที่ว่า อะไรคือ &quot;วัฒนธรรม&quot; ที่เกิดจากการมีอคติทางเพศในสังคมไทย และวัฒนธรรมนี้ส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและการไม่ยอมรับบุคคลที่มีพฤติกรรมข้ามเพศ (Transgender) และคนรักเพศเดียวกัน (Homosexual) อย่างไรบ้าง ซึ่งในช่วงทศวรรษ 2480 เป็นต้นมา การจัดระเบียบเพศหญิงและเพศชาย (ความคิดเรื่องเพศคู่ตรงข้าม) ถูกถ่ายทอดจากราชสำนักช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 แผ่ขยายออกไปสู่สามัญชนอย่างเข้มแข็งในยุครัฐนิยม ทำให้เกิดการควบคุมพลเมืองให้อยู่ในบทบาททางเพศเพียงสองแบบ คือ บทบาทผู้ชายและบทบาทผู้หญิง สังคมไทยได้รับเอาอุดมการณ์และความคิดเรื่องเพศแบบวิทยาศาสตร์มาใช้อบรมสั่งสอน&nbsp; แพร่หลายในระบบการศึกษา หน่วยงาน และภาคธรุกิจทั้งหลาย เด็กที่เกิดมาจึงถูกสั่งสอนให้ปฏิบัติตัวและแสดงพฤติกรรมทางเพศแบบชายหญิงเท่านั้น ถ้าคนใดแสดงแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับเพศกำเนิดจะถูกมองว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ฉะนั้นสังคมไทยจึงปฏิเสธและไม่ยอมรับคนข้ามเพศ/รักเพศเดียวกัน เช่น กะเทย สาวประเภทสอง เกย์ ทอมดี้ เลสเบี้ยน</p>"		วัฒนธรรมทางเพศ, วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, เพศศึกษา, สตรีนิยม, เกย์, เลสเบี้ยน, รักร่วมเพศ, เอกลักษณ์ทางเพศ, อคติ, ไทย		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=82	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/170-cover.jpg
370	83	อื่นๆ	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
371	83	วารสาร	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
372	83	บทความ	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
373	83	วิทยานิพนธ์	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
374	83	รายงานงานวิจัย	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
375	83	รายงาน	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
376	83	หนังสือ	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
377	83	จุลสาร	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
378	83	สูจิบัตร	ประมวลแนวคิด เรื่องวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี		"<p>
	รายงานวิจัย เรื่อง ประมวลแนวคิดวัฒนธรรมบริโภคในมิติเพศวิถี มีเนื้อหาสาระการวิจัยแบ่งย่อยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ เริ่มจากการศึกษาวัฒนธรรมทางเพศที่ปรากฎอยู่ในอดีตของสังคมไทยก่อนที่จะมีกระบวนการทำให้เป็นสมัยใหม่ หรือก่อนที่จะมีทฤษฎีตะวันตกเข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนที่สอง เป็นการตรวจสอบทฤษฎีบริโภคนิยม ได้แก่ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ทฤษฎีเฟมินิสต์และทฤษฎีชีววิทยา ส่วนที่สาม การตรวจสอบการศึกษาเรื่องเซ็กและกามารมณ์ในวัฒนธรรมบริโภคแบบไทย ในส่วนท้าย ผู้วิจัยพยายามชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการทั้งไทยและต่างชาติที่ศึกษาเซ็กและกามารมณ์นำทฤษฎีตะวันตกมาเป็นแนวทางในการศึกษาได้อย่างไร&nbsp; รวมทั้งในส่วนของผู้วิจัยเองก็ได้นำวิธีศึกษาแบบวงศาวิทยาของมิเชล ฟูโกต์ มาเป็นแนวทางการศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอำนาจและความรู้ที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดทฤษฎีนั้น&nbsp;</p>"		วัฒนธรรมบริโภค, เพศวิถี, แนวคิดทฤษฎี		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=83	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/181-cover.jpg
379	84	อื่นๆ	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
380	84	วารสาร	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
381	84	บทความ	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
382	84	วิทยานิพนธ์	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
383	84	รายงานงานวิจัย	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
384	84	รายงาน	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
385	84	หนังสือ	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
386	84	จุลสาร	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
387	84	สูจิบัตร	เส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดกรณีศึกษาวัดในเขตพระนครและดุสิต กรุงเทพมหานคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาโอกาสทางสังคมและเส้นทางชีวิตของสามเณรและเด็กวัดที่อาศัยอยู่ในพระอารามหลวงในเขตพระนครและเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จากการศึกษาของผู้วิจัยพบว่าสามเณรและเด็กวัดส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมืองหลวง โดยสาเหตุที่สามเณรเข้ามาบวชเรียนเนื่องจากมีความศรัทธาและความชอบ ประกอบกับได้รับการชักชวนจากพระสงฆ์และครูอาจารย์ การหาโอกาสทางการศึกษา ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมีญาติเป็นพระ หรือแม้กระทั่งไม่อยากอยู่บ้าน นอกจากนี้แล้วผู้วิจัยยังได้นำแนวคิด <em>อำนาจเหนือธรรมชาติ</em>&nbsp; เข้ามาช่วยวิเคราะห์บริบทของการสร้างพลเมืองของรัฐภายใต้อำนาจความรู้ที่ควบคุมชีวิตของเยาวชนให้อยู่ในกฎระเบียบทางศีลธรรม รวมทั้งบริบทของวัฒนธรรมบริโภคที่สามเณรและเด็กวัดกำลังแสวงหาตัวตนผ่านสื่อสมัยใหม่และสังคมออนไลน์&nbsp;</p>"		พลวัตของชีวิต, ภาวะสังคม, ความเป็นชาย, วาทกรรม, สามเณร, เด็กวัด, เขตพระนคร, เขตดุสิต		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=84	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/195-cover.jpg
388	85	อื่นๆ	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
389	85	วารสาร	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
390	85	บทความ	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
391	85	วิทยานิพนธ์	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
392	85	รายงานงานวิจัย	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
393	85	รายงาน	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
394	85	หนังสือ	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
395	85	จุลสาร	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
396	85	สูจิบัตร	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	รายงานวิจัยเรื่อง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร นั้น เป็นไปเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลการรวมกลุ่มและพื้นที่ในการทำกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และชุมชนแรงงานข้ามชาติกลุ่มต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ การปรับเปลี่ยนทัศนคติและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่การวิจัยครั้งนี้ คือพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสาคร ประกอบด้วย 15 ตำบล เน้นศึกษาเฉพาะบริเวณที่มีแรงงานข้ามชาติพักอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมกลุ่มเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัย แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในจังหวัดสมุทรสาครส่วนใหญ่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ รองลงมาคือกลุ่มชาติพันธุ์ทวาย กลุ่มชาติพันธุ์พม่า ซึ่งจะเป็นกลุ่มหลักในการศึกษา เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคลื่อนย้ายมาจากประเทศเมียนมา มีจำนวนมากถึงร้อยละ 90 มีการรวมกลุ่มและเครือข่ายสังคมที่โดดเด่นชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นๆ</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ข้ามชาติ, สมุทรสาคร, ชาติพันธุ์สัมพันธ์, การแสดงออกทางวัฒนธรรม, เครือข่ายชาติพันธุ์, ชาติพันธ์วิทยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=85	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/239-cover.jpg
397	86	อื่นๆ	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
398	86	วารสาร	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
399	86	บทความ	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
400	86	วิทยานิพนธ์	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
401	86	รายงานงานวิจัย	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
402	86	รายงาน	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
403	86	หนังสือ	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
404	86	จุลสาร	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
405	86	สูจิบัตร	สารสนเทศทางภูมิศาสตร์กับโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดนครปฐม		"<p>
	การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับงานวิจัยด้านวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มแง่มุมที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์ให้กับงานวิจัย โดยผู้วิจัยเองได้นำระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ามาปรับใช้สำรวจแหล่งโบราณสถาน และเพื่อประโยชน์ต่อการนำเอาองค์ความรู้ไปศึกษาวิจัยในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาในจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน อันได้แก่ วัดบางพระ วัดท่าพูด วัดกลางบางแก้ว วัดละมุด ศาลาตึก วัดศรีมหาโพธิ์ วัดสรรเพชญ เป็นต้น</p>"		ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, โบราณสถาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, โบสถ์, นครปฐม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=86	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/256-cover.jpg
406	87	อื่นๆ	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
407	87	วารสาร	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
408	87	บทความ	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
409	87	วิทยานิพนธ์	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
410	87	รายงานงานวิจัย	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
411	87	รายงาน	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
412	87	หนังสือ	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
413	87	จุลสาร	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
414	87	สูจิบัตร	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเล่มนี้มุ่งศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตท้องถิ่น ตั้งแต่ยุคเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ไปจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน โดยมองผ่านเลนส์ที่เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยศึกษาในพื้นที่ชุมชนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนไทยรามัญและชุมชนไทย ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าคนท้องถิ่นเองมีการสืบทอดผสมผสาน ปรับใช้ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่อดีต โดยใช้สร้างความหมายให้กับการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ในสังคมเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะสะท้อนการสร้างตัวตนผ่านการอยู่ร่วมกับคนอื่นและการมีสำนึกรับผิดชอบทางสังคม ขณะเดียวกันสังคมอุตสาหกรรม ความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์สะท้อนการสร้างตัวตนที่บุคคลเน้นแสวงหาความสุขและความสำเร็จส่วนตัวและการลดทอนสำนึกเพื่อส่วนรวม</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, จีน, มอญ, สมุทรสาคร		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=87	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/288-cover.jpg
415	88	อื่นๆ	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
416	88	วารสาร	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
417	88	บทความ	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
418	88	วิทยานิพนธ์	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
419	88	รายงานงานวิจัย	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
420	88	รายงาน	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
421	88	หนังสือ	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
422	88	จุลสาร	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
423	88	สูจิบัตร	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 3 โคลงทวาทศมาส เพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีศรีอโยธยา		"<p>
	&quot;โคลงทวาทศมาส&quot; มรดกความทรงจำของกรุงศรีอยุธยา เป็นกวีนิพนธ์ประกอบด้วยโคลง 260 บท ที่แฝงไปด้วยความหมายทั้งทางกามารมณ์ ทางโลก และทางธรรม ทางคณะผู้ศึกษาใช้วิธีการพิจารณาโครงสร้างเนื้อหาของโคลง โดยการอภิปรายหาความหมายของศัพท์และความหมายของบท จากนั้นจึงได้แปลความหมายของคำโคลงที่อยู่ในรูปบทร้อยกรองให้เป็นบทร้อยแก้ว</p>"		ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, จารึก, เอกสารโบราณ, โคลงทวาทศมาส, วรรณคดี, อโยธยา		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=88	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/289-cover.jpg
424	89	อื่นๆ	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
425	89	วารสาร	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
426	89	บทความ	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
427	89	วิทยานิพนธ์	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
428	89	รายงานงานวิจัย	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
429	89	รายงาน	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
430	89	หนังสือ	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
431	89	จุลสาร	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
432	89	สูจิบัตร	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามในอำเภอเมืองสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยนี้ศึกษาในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอเมืองสมุทรสาคร ในระยะที่ 1 กล่าวคือ ศึกษาภูมินามประเภท ชื่อหมู่บ้าน จำนวน 148 ชื่อ ที่อธิบายถึงที่มาของชื่อหมู่บ้าน ประกอบกับการใช้แนวคิดภูมิลักษณ์นิยม ที่คณะผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น เพื่อนำมาใช้อธิบายที่มาของชื่อที่สอดคล้องกับลักษณะของภูมิทัศน์ทางธรรมชาตินั้นได้ด้วยเช่นกัน มีขอบเขตของเนื้อหา ได้แก่ การปรากฏชื่อหมู่บ้านตามกรมการปกครองน่วยงานรัฐ แผนที่เก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เรื่องเล่าปากต่อปาก ภูมิลักษณ์ธรรมชาติและภูมิลักษณ์วัฒนธรรม&nbsp;</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=89	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/290-cover.jpg
433	90	อื่นๆ	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
434	90	วารสาร	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
435	90	บทความ	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
436	90	วิทยานิพนธ์	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
437	90	รายงานงานวิจัย	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
438	90	รายงาน	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
439	90	หนังสือ	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
440	90	จุลสาร	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
441	90	สูจิบัตร	ภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว		"<p>
	งานศึกษาวิจัย เรื่องภูมิสังคมและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสมุทรสาคร กรณีศึกษาภูมินามอำเภอกระทุ่มแบนและทำเภอบ้านแพ้ว เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลการศึกษาในปี 2559 ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงรูปแบบระหว่าง ชื่อหมู่บ้าน กับบริบทแวดล้อม อันได้แก่ ภูมิทัศน์ ภูมิสังคม ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม-วัฒนธรรม ในบริบทประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยศึกษาพื้นที่ 264 ชื่อหมู่บ้านและชุมชน ผ่านเรื่องเล่า มุขปาถะ และเอกสารประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง</p>"		ภูมินาม, ภูมินามศาสตร์, ภูมิสังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, สมุทรสาคร, มุขปาฐะ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=90	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/291-cover.jpg
442	91	อื่นๆ	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
443	91	วารสาร	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
444	91	บทความ	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
445	91	วิทยานิพนธ์	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
446	91	รายงานงานวิจัย	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
447	91	รายงาน	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
448	91	หนังสือ	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
449	91	จุลสาร	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
450	91	สูจิบัตร	โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากเอกสารโบราณและจารึก ปีที่ 4 การศึกษาวิจัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ		"<p>
	พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ เป็นเอกสารประเภทความย่อ เรียบเรียงเนื้อความขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นเอกสารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เป็นการสรุปเหตุการณ์ โดยมากเป็นการสรุปใจความสำคัญสั้น ๆ ต่างจากเอกสารอื่น ๆ ที่ถูกแต่งเติมรายละเอียด โดยมากเรียบเรียงขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ อาศัยพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน&nbsp;</p>"		พระราชพงศาวดาร, พระราชพงศาวดารกรุงเก่า, หลวงประเสริฐ, ประวัติศาสตร์, เอกสารโบราณ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=91	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/292-cover.jpg
451	92	อื่นๆ	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
452	92	วารสาร	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
453	92	บทความ	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
454	92	วิทยานิพนธ์	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
455	92	รายงานงานวิจัย	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
456	92	รายงาน	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
457	92	หนังสือ	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
458	92	จุลสาร	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
459	92	สูจิบัตร	ชุมชนกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	งานวิจัยเรื่องนี้มุ่งศึกษาและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคสังคมอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มองผ่านปรากฎการณ์เกี่ยวกับความเชื่อและการกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อเจ้าแม่ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และอำนาจเหนือธรรมชาติ ใช้แนวคิดที่มองว่าการแสดงออกเกี่ยวกับความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นนิเวศวิทยาที่ซ้อนทับกันสองแบบ คือ นิเวศวิทยาทางวัฒนธรรมและนิเวศวิทยาทางการเมือง โดยศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วและอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ในชุมชนไทยเชื้อสายจีน ไทยรามัญ ลาวโซ่งและชุมชนไทย&nbsp;</p>"		ชุมชน, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, เจ้าพ่อ เจ้าแม่, มอญ, ลาวโซ่ง, จีน, สมุทรสาคร, สังคมและวัฒนธรรม, มานุษยวิทยาวัฒนธรรม		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=92	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/293-cover.jpg
460	93	อื่นๆ	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
461	93	วารสาร	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
462	93	บทความ	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
463	93	วิทยานิพนธ์	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
464	93	รายงานงานวิจัย	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
465	93	รายงาน	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
466	93	หนังสือ	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
467	93	จุลสาร	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
468	93	สูจิบัตร	การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ในอำเภอกระทุ่มแบนและอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร		"<p>
	ด้วยลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองสาครบุรี (สมุทรสาคร) ที่มีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกับเมืองหลวงและออกสู่ทะเล อีกทั้งเป็นเส้นทางหลักการเดินทัพในอดีต ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยนี้จึงได้มุ่งศึกษาเพื่อสำรวจและรวบรวมข้อมูลประวัติการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม และการอพยพของกลุ่มชาติพันธุ์ข้ามชาติที่เข้ามามีบทบาททางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์การปรับเปลี่ยน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชาติพันธุ์ ในพื้นที่ที่ศึกษา</p>"		ชุมชนชาติพันธุ์ดั้งเดิม, มอญ, ไทดำ, สมุทรสาคร, ประเพณี, พิธีกรรม, การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ข้ามชาติ		30 มิถุนายน พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=93	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/294-cover.jpg
469	94	อื่นๆ	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
470	94	วารสาร	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
471	94	บทความ	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
472	94	วิทยานิพนธ์	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
473	94	รายงานงานวิจัย	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
474	94	รายงาน	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
475	94	หนังสือ	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
476	94	จุลสาร	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
477	94	สูจิบัตร	บรรณานุกรมงานค้นคว้าเกี่ยวกับจิตรกรรมไทย ประติมากรรมไทยและสถาปัตยกรรมไทย		"<p>
	โครงการจิตรกรรม ประติมากรรม ในวัดพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นโครงการสำรวจระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2541 - ธันวาคม พ.ศ. 2542 ได้ศึกษาข้อมูลลำดับพัฒนาการการแพร่หลายของพุทธศาสนาที่เข้าสู่ประเทศไทยแทนที่ความเชื่อท้องถิ่น รวมทั้งผลกระทบจากวิทยาการของชาวตะวันตกที่แพร่หลายเข้ามาในปลายพุทธศตวรรษที่ 24 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลายมาเป็นตัวกำหนดความเป็นอยู่ของผู้คน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลั่งไหลเข้ามา หลายกรณียืนยันได้จากงานจิตรกรรมและประติมากรรม จากงานช่างแนวอุดมคติเปลี่ยนผ่านกลายมาเป็นแบบอย่างสมจริงในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยเล่มนี้เป็นเล่มต่อเนื่องจากเล่มแรก นำเสนอในส่วนของบรรณานุกรมงานค้นคว้าจากโครงการดังกล่าว</p>"		บรรณานุกรม, จิตรกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรมฝาผนัง, วัด, พุทธศาสนา, ประเทศไทย		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=94	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/008-cover.jpg
478	96	อื่นๆ	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
479	96	วารสาร	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
480	96	บทความ	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
481	96	วิทยานิพนธ์	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
482	96	รายงานงานวิจัย	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
483	96	รายงาน	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
484	96	หนังสือ	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
485	96	จุลสาร	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
486	96	สูจิบัตร	การสำรวจและเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อพัฒนาการวิจัยสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง: พื้นที่ศึกษา ชุมชนในเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และชุมชนท่าพูด จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อสำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และพัฒนางานวิจัยวัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำลำคลองชานเมืองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเป็นเมือง โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และตัวแทนชุมชน ตลอดจนเชื่อมโยงประสานเครือข่ายของชุมชนเพื่อสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นของชุมชน ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า อาณาบริเวณตั้งแต่เขต ตลิ่งชัน บางพลัด ทวีวัฒนา ถึงพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นับว่าเป็นชุมชนที่เติบโตขึ้นมาจากระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำลำคลองมาก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมเป็นถนนสัญจรเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงสังคมวัฒนธรรมชุมชนริมคลองชานเมือง ที่มีการปรับตัวของวิถีชีวิตเพื่อตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงจากทั้งภายนอกและภายในชุมชน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมานุษยวิทยา ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งส่งเสริมคุณค่า สร้างความเข้าใจต่อผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		วัฒนธรรมชุมชน, ความเป็นอยู่, ประเพณี, ชุมชนท่าพูด, ชุมชนตลิ่งชัน, ท่าพูด, ตลิ่งชัน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=96	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/100-cover.jpg
487	99	อื่นๆ	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
488	99	วารสาร	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
489	99	บทความ	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
490	99	วิทยานิพนธ์	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
491	99	รายงานงานวิจัย	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
492	99	รายงาน	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
493	99	หนังสือ	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
494	99	จุลสาร	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
495	99	สูจิบัตร	โครงการวิจัยสืบสานภาษาและวัฒนธรรมชนเผ่า ปกา เกอะ ญอ สู่การสร้างหลักสูตรท้องถิ่น		"<p>
	ชาวปกาเกอะญอ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือ มีอัตลักษณ์ทางด้านภาษา วัฒนธรรมเป็นของตนเอง โดยมีวิธีการถ่ายทอด ภาษา ประเพณีผ่านการร่วมพิธีกรรม การบอกเล่าผ่านนิทาน ตำนาน สุภาษิต และการละเล่นต่าง ๆ ที่แฝงอัตลักษณ์ของตนเอาไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะโลกาภิวัตน์ของโลก ก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ประกอบกับการที่การศึกษาสมัยใหม่ ส่งผลกระทบทำให้คนปกาเกอะญอไม่เห็นความสำคัญของอัตลักลักษณ์ รากเหง้าของตนเอง ทำให้วัฒนธรรม ภาษา ที่ดีงามของชาวปกาเกอญออาจถูกละเลยไป ถึงขนาดที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สามารถที่จะพูดและเขียนภาษาปกากอเญอได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอัตลักษณ์ของปกาเกอะญอ โดยมีความต้องการที่จะอนุรักษ์อัตลักษณ์ของปกาเกอญอเอาไว้ โดยสามารถจัดทำได้ในรูปแบบของแบบเรียน</p>
<p>
	&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาษากะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=99	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/131-cover.jpg
496	100	อื่นๆ	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
497	100	วารสาร	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
498	100	บทความ	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
499	100	วิทยานิพนธ์	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
500	100	รายงานงานวิจัย	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
501	100	รายงาน	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
502	100	หนังสือ	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
503	100	จุลสาร	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
504	100	สูจิบัตร	โครงการวิจัยศักยภาพของการคงอยู่ทางอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชนวัฒนธรรมพิเศษ		"<p>
	รายงานการวิจัยฉบับนี้ มีจุดประสงค์ในการศึกษาถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ที่อยู่อาศัยในชุมชนบ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคลังข้อมูลของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้กับสังคมได้รับรู้ ก่อให้เกิดความเข้าใจในมิติความเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทย และสื่อถึงความต้องการที่จะรื้อฟื้น และอนุรักษ์อัตลักษณ์ของชาวปกาเก่อญอ (ปกาเกอะญอ) ให้คงอยู่และดำเนินสืบไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ปกาเกอะญอ, กะเหรี่ยง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านหนองมณฑา, เชียงใหม่		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=100	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/132-cover.jpg
505	101	อื่นๆ	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
506	101	วารสาร	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
507	101	บทความ	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
508	101	วิทยานิพนธ์	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
509	101	รายงานงานวิจัย	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
510	101	รายงาน	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
511	101	หนังสือ	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
512	101	จุลสาร	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
513	101	สูจิบัตร	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำเพื่อให้คณะทำงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน คือ กลุ่มเยาวชนรักษ์ดงหลวงสบลี้ ได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของตนเองเพื่อให้รู้ถึงกระบวนการทำงาน การศึกษาชุมชนของตนเอง ซึ่งจากการทำโครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ที่เน้นการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น พิธีกรรม ความเชื่อ ความรู้สึก นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึง วิถีชีวิต ความคิดและการอยู่ร่วมกันของคนบ้านดงหลวงในสังคมแบบชนบท อีกทั้งการนำข้อมูลที่ถูกรวบรวมและเรียบเรียงเกี่ยวกับประเพณีบ้านดงหลวงก็จะถูกนำไปจัดทำสื่อเพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=101	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/133-cover.jpg
514	102	อื่นๆ	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
515	102	วารสาร	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
516	102	บทความ	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
517	102	วิทยานิพนธ์	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
518	102	รายงานงานวิจัย	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
519	102	รายงาน	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
520	102	หนังสือ	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
521	102	จุลสาร	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
522	102	สูจิบัตร	โครงการเรียนรู้ประเพณีบ้านดงหลวง ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน (ประวัติบ้านดงหลวง)		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประวัติหมู่บ้านดงหลวง หรือหมู่บ้านดงสบลี้ ว่าในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร พบว่าด้วยสภาพที่ตั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบทึบมีต้นไม้ขนาดใหญ่ ปกคลุมไปทั่วบริเวณชุมชน ประกอบกับพื้นที่บ้านดงหลวง มีแม่น้ำสองสาย คือ สายแม่น้ำปิง และสายแม่น้ำลี้ โดยสายแม่น้ำลี้ไหลมาบรรจบสายแม่น้ำปิงบริเวณท้ายหมู่บ้าน จึงถูกเรียกว่า บ้านดงสบลี้ และอีกส่วนหนึ่งของงานศึกษาจะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับ การก่อตั้งหมู่บ้าน &nbsp;การดำรงชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง เป็นต้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		บ้านดงหลวง, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ลำพูน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=102	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/134-cover.jpg
523	103	อื่นๆ	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
524	103	วารสาร	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
525	103	บทความ	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
526	103	วิทยานิพนธ์	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
527	103	รายงานงานวิจัย	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
528	103	รายงาน	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
529	103	หนังสือ	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
530	103	จุลสาร	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
531	103	สูจิบัตร	โครงการประวัติศาสตร์เรื่องราวชาวน้ำเกี๋ยน สู่...พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน		"<p>
	รายงานเล่มนี้ได้รวบรวมข้อมูลและอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนน้ำเกี๋ยน ผ่านพัฒนาการของชุมชนนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านภาพเก่าที่ถูกบันทึกไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายชุมชน โดยใช้ภาพถ่ายอธิบายถึงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา พิธีกรรม ความเชื่อของชุมชน ตลอดจนความสัมพันธ์ของคนในและกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทต่อชุมชน ผ่านพิพิธภัณฑ์ชุมชนน้ำเกี๋ยน เพื่อสร้างความรัก ความภาคภูมิใจและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		น้ำเกี๋ยน, น่าน, ความเป็นอยู่และประเพณี, ประวัติศาสตร์, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,ชาวน้ำเกี๋ยน		27 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=103	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/135-cover.jpg
532	110	อื่นๆ	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
533	110	วารสาร	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
534	110	บทความ	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
535	110	วิทยานิพนธ์	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
536	110	รายงานงานวิจัย	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
537	110	รายงาน	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
538	110	หนังสือ	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
539	110	จุลสาร	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
540	110	สูจิบัตร	ศึกษาเรียนรู้วิถีตัวตุ่น เพื่อชี้ทางเลือกในการอยู่รอดแบบยั่งยืน ชุมชนลุ่มน้ำวาง		"<p>
	ผลกระทบจาก &ldquo;โลกาภิวัตน์&rdquo; ได้ผลักดันให้ชุมชนและคนในชุมชนลุ่มน้ำวาง ออกจากระบบวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตที่ดีงามรูปแบบเดิม ส่งผลให้คนในชุมชนขาดความรักความภาคภูมิใจที่มีต่อท้องถิ่น&nbsp; และอัตลักษณ์ของคนปกาเกอะญอ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ จึงได้ร่วมมือกับ &ldquo;เครือข่ายลุ่มน้ำวาง&rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ก่อตั้งโดยคนในพื้นที่ในชุมชน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตจากโครงสร้างแบบ &ldquo;ตัวตุ่น&rdquo; ผ่านวิถีชีวิต คำบอกเล่า ประสบการณ์ของคนในชุมชน เพื่อนำมาถอดเป็นบทเรียนหรือคลังความรู้สำหรับการศึกษาต่อไปในอนาคต</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนลุ่มน้ำวาง, วัฒนธรรมชุมชน, สังคมวัฒนธรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=110	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/163-cover.jpg
541	111	อื่นๆ	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
542	111	วารสาร	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
543	111	บทความ	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
544	111	วิทยานิพนธ์	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
545	111	รายงานงานวิจัย	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
546	111	รายงาน	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
547	111	หนังสือ	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
548	111	จุลสาร	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
549	111	สูจิบัตร	โต๊ะหวันเต๊ะห์ : ปูชนียบุคคล ตำนานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนบ้านหัวทะเล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของโต๊ะหวันเต๊ะห์และชุมชนบ้านหัวทะเล ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากการศึกษาพบว่า โต๊ะหวันเต๊ะห์ เป็นบุคคลที่เดินทางมาจากเมืองไทรบุรี เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับอัลกุรอ่าน จึงได้ถ่ายทอดวิชาการศาสนาด้วยการสอนให้กับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงกว่า 50 ปี ภายหลังจากการเสียชีวิต ร่างของท่านถูกฝังไว้ที่สุสานมัสยิดการาหมาดบ้านหัวทะเล หรือบางคนเรียกกันว่า สุสานโต๊ะหวันเต๊ะห์ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของคนในชุมชนบ้านหัวทะเลด้านการศึกษาศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้ชุมชนมีกรอบระเบียบมากขึ้น เพื่อทำให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอิสลามแบบดั่งเดิม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยคนภายในชุมชน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โต๊ะหวันเต๊ะห์, ศาสนาอิสลาม, บ้านหัวทะเล, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, นครศรีธรรมราช		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=111	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/164-cover.jpg
550	112	อื่นๆ	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
551	112	วารสาร	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
552	112	บทความ	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
553	112	วิทยานิพนธ์	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
554	112	รายงานงานวิจัย	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
555	112	รายงาน	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
556	112	หนังสือ	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
557	112	จุลสาร	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
558	112	สูจิบัตร	โครงการฟื้นฟูภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการศึกษาเพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาเพลงตุ้มโมงเมืองสุรินทร์ที่สูญหายไปและจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนักเพลงพื้นบ้าน โดยประกอบด้วยคณะนักเพลงพื้นบ้านหมู่บ้านปอยตะแบง ตำบลนาบัว อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และนักเพลงพื้นบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียง รวมกลุ่มกันตั้งเป็นวงตุ้มโมงจำนวน 1&nbsp; ซึ่งเป็นผลผลิตที่จากการจัดทำโครงการวิจัย อีกทั้งผลจากโครงการดังกล่าวยังก่อให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ ความหมาย และคุณค่า สามารถนำไปเล่นประกอบเป็นอาชีพ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูภูมิปัญญาสืบทอดต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เพลงพื้นเมือง, พิธีศพ, เพลงตุ้มโมง, เขมร, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านปอยตะแบง, สุรินทร์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=112	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/165-cover.jpg
559	113	อื่นๆ	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
560	113	วารสาร	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
561	113	บทความ	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
562	113	วิทยานิพนธ์	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
563	113	รายงานงานวิจัย	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
564	113	รายงาน	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
565	113	หนังสือ	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
566	113	จุลสาร	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
567	113	สูจิบัตร	จากบรรพชนถึงลูกหลานขี้เหล็กใหญ่ ชัยภูมิ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เป็นการนำเสนอเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในบ้านขี้เหล็กใหญ่ตั้งแต่เกิดจนตาย ผ่านการรวบรวมความทรงจำจากคำสัมภาษณ์และการบอกเล่าเรื่องราวของคนภายในบ้านขี้เหล็กใหญ่ ซึ่งจากงานศึกษา นั้นทำให้เกิดความร่วมมือของคนในชุมชนบ้านขี้เหล็กใหญ่ ต่อการรวบรวมข้อมูลของท้องถิ่นตนเองไว้อย่างหลากหลาย โดยได้ใช้เครื่องมือทางมานุษยวิทยาในการเก็บข้อมูลซึ่งแบ่งออกเป็น รากเหง้าที่ 1 ถึง รากเหง้าที่ 10 ซึ่งเป็นรากเหง้าที่พูดถึง เรื่อง สภาพเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อย่างครอบคลุม อีกทั้งงานศึกษาชิ้นนี้พยายามมุ่งให้ผู้ที่สนใจนั้นสามารถนำแนวคิดกระบวนการทำงานเพื่อชุมชนของบ้านขี้เหล็กใหญ่ ไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พิธีกรรม, ความเป็นอยู่ประเพณี, ลาว, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ศพ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านขี้เหล็กใหญ่, ชัยภูมิ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=113	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/166-cover.jpg
568	114	อื่นๆ	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
569	114	วารสาร	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
570	114	บทความ	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
571	114	วิทยานิพนธ์	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
572	114	รายงานงานวิจัย	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
573	114	รายงาน	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
574	114	หนังสือ	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
575	114	จุลสาร	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
576	114	สูจิบัตร	โครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านในแม่น้ำโขง และการจัดการทรัพยากรประมงที่ยั่งยืน ศึกษาเฉพาะกรณีชุมชนประมงพื้นบ้านตำบลหอคำ-ไคสี อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ		"<p>
	พื้นที่ชุมชนในตำบลหอคำ-ไคสี ล้วนมีความผูกพันกับแม่น้ำโขงมานับตั้งแต่อดีต จากการที่พวกเขาประกอบอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพหลัก และทำประมงตามฤดูกาลเป็นอาชีพเสริม ทำให้ชีวิตต้องพึ่งพาแม่น้ำโขงซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของพวกเขา ในรายงานเล่มนี้ได้ศึกษาถึงพัฒนาการของวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหอคำ-ไคสี รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้าน และความเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมง ตลอดไปจนถึงการปรับตัว การสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการประมงพื้นบ้านท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		หมู่บ้านประมง, ประมงพื้นบ้าน, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บึงกาฬ		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=114	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/167-cover.jpg
577	115	อื่นๆ	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
578	115	วารสาร	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
579	115	บทความ	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
580	115	วิทยานิพนธ์	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
581	115	รายงานงานวิจัย	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
582	115	รายงาน	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
583	115	หนังสือ	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
584	115	จุลสาร	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
585	115	สูจิบัตร	โครงการศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ภาษา ภูมิปัญญา วัฒนธรรมชาวกูย โดยกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกูย บ้านขี้นาค ตำบลตูม อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ		"<p>
	รายงานเล่มนี้เป็นรายงานที่จัดขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ และพัฒนาการ รวมถึงวิถีชีวิต ตลอดจนถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟู ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และภาษาของชาติพันธุ์กูย ชุมชนบ้านขี้นาค ผ่านการจัดกิจกรรมในหลายรูปแบบ อาทิ การสอดแทรกหลักสูตรการเรียนภาษากูยในโรงเรียน การปรึกษาหารือในการสร้างกติการ่วมกันของคนในชุมชน และการเผยแพร่ภูมิปัญญาผ่านกิจกรรม Workshop</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กูย, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=115	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/168-cover.jpg
586	116	อื่นๆ	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
587	116	วารสาร	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
588	116	บทความ	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
589	116	วิทยานิพนธ์	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
590	116	รายงานงานวิจัย	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
591	116	รายงาน	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
592	116	หนังสือ	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
593	116	จุลสาร	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
594	116	สูจิบัตร	คู่มือวิธีการเก็บรักษาและการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย		"<p>
	คู่มือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ ภูมิปัญญา วิธีการเก็บรักษาและเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า บ้านอาแย โดยเฉพาะ ภูมิปัญญา ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการที่สัมพันธ์กับบริบทความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จากภายนอกที่เข้ามากระทบ อาทิ นโยบายของรัฐ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ส่งผลให้ภูมิปัญญามีการปรับตัว เปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกาลยุคสมัย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อาข่า, การปลูกพืช, ความเป็นอยู่และประเพณี, คู่มือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, บ้านอาแย, ภาคเหนือ, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=116	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/169-cover.jpg
595	117	อื่นๆ	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
596	117	วารสาร	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
597	117	บทความ	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
598	117	วิทยานิพนธ์	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
599	117	รายงานงานวิจัย	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
600	117	รายงาน	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
601	117	หนังสือ	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
602	117	จุลสาร	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
603	117	สูจิบัตร	โครงการศึกษา วัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายบนสายน้ำแม่ปิง กรณีศึกษา ลุ่มน้ำห้วยหกถึงลุ่มน้ำซุ้มตอนปลาย ตำบลเมืองนะ และตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ต้องการศึกษา วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนบนสายน้ำแม่ปิงและลำน้ำสาขา&nbsp; อีกทั้งเพื่อใช้ชุดความรู้ที่ได้นำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน 3 หมู่บ้าน และนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาพื้นที่การเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศน์พื้นที่ป่า และพัฒนาเนื้อหาสู่หลักสูตรท้องถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การจัดการน้ำระบบเหมืองฝายโดยชุมชนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างตัวฝายจากเดิมที่เป็นฝายหิน ฝายไม้ ปรับเปลี่ยนมาเป็น ฝายคอนกรีต รวมทั้งลำเหมืองดินมาเป็นลำเหมืองคอนกรีตเพื่อกระจายน้ำสู่พื้นที่ทางการเกษตรของชุมชน ส่งผลทำให้พิธีกรรมอย่างเลี้ยงผีฝายนั้น ค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป อีกทั้งจากปกติชาวบ้านจะปลูกพืชตามฤดูกาล ก็หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดการแย่งชิงน้ำ คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม ฉะนั้นจึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาในข้างต้น อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนให้เกิดเครือข่ายในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การจัดการลุ่มน้ำ, การจัดการน้ำ, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, ภูมิปัญญาชาวบ้าน, ลุ่มน้ำปิง, ลุ่มน้ำห้วยหก, ลุ่มน้ำซุ้ม, แม่น้ำปิง, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, เชียงใหม่		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=117	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/173-cover.jpg
604	118	อื่นๆ	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
605	118	วารสาร	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
606	118	บทความ	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
607	118	วิทยานิพนธ์	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
608	118	รายงานงานวิจัย	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
609	118	รายงาน	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
610	118	หนังสือ	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
611	118	จุลสาร	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
612	118	สูจิบัตร	โครงการศึกษาวิจัยพิธีกรรมปวาเก่อญอ (กะเหรี่ยง) ในรอบปีกระบวนการผลิตพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แปะตอนบน		"<p>
	วิถีชีวิตมักเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยเสมอเช่นเดียวกับวิถีของคน ปวาเก่อญอ ที่เปลี่ยนแปลงไปถอยห่างจากอดีต อาจมีสาเหตุจากหลายปัจจัย บ้างก็เพื่อดิ้นรนในการดำรงชีวิต บ้างก็เสื่อมศรัทธาต่อศาสนาและความเชื่อ กระนั้นงานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพิธีกรรมปวาเก่อญอ โดยอาศัยพิธีกรรมตามกระบวนการผลิตตามรอบปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแปะตอนบนเป็นกรณีศึกษา ด้วยหวังว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงานวิจัยชิ้นนี้จะใช้เป็นฐานข้อมูลให้ได้เรียนรู้ และถ่ายทอดวัฒนธรรม จารีตประเพณี พิธีกรรม ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, ปกาเกอะญอ, ความเป็นอยู่ประเพณี, กลุ่มชาติพันธุ์, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีทางศาสนาและพิธีกรรม, นักมานุษยวิทยาเดินดิน,		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=118	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/174-cover.jpg
613	119	อื่นๆ	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
614	119	วารสาร	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
615	119	บทความ	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
616	119	วิทยานิพนธ์	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
617	119	รายงานงานวิจัย	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
618	119	รายงาน	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
619	119	หนังสือ	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
620	119	จุลสาร	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
621	119	สูจิบัตร	ชีวประวัติและบทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง สมัยช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงก่อนใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2411-2503)		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ต้องการศึกษาถึงชีวประวัติ บทบาทของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง ซึ่งเป็น 6 ตระกูลใหญ่ของจังหวัดสงขลา มีเชื้อสายจีน &ldquo;ฮกเกี้ยน&rdquo; ที่ได้อพยพเข้ามาในทางภาคใต้ของไทย ประกอบธุรกิจ จนสามารถประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของธุรกิจ การเมือง เศรษฐกิจ ที่มีบทบาทต่อเมืองสงขลาจนทำให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ และพระทานทานนามสกุล ได้แก่ ตระกูลประธานราษฎร์นิกร ตระกูลปิลกาญจน์ ตระกูลโคนันทน์ ตระกูลเสาวพฤกษ์ ตระกูลปริชญากร และตระกูลศิริโชติ ผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นประเภทปฐมภูมิ ได้แก่ เอกสาร บันทึก ภาพถ่าย แผ่นจารึกหน้าหลุมศพ ป้ายชื่อบรรพบุรุษ และคำบอกเล่าของทายาทในตระกูล</p>"		ชาวจีน, นามสกุล, ความเป็นอยู่และประเพณี, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สงขลา		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=119	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/175-cover.jpg
622	120	อื่นๆ	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
623	120	วารสาร	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
624	120	บทความ	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
625	120	วิทยานิพนธ์	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
626	120	รายงานงานวิจัย	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
627	120	รายงาน	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
628	120	หนังสือ	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
629	120	จุลสาร	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
630	120	สูจิบัตร	หนังสือเรียนศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอน ศิลปะการแสดงรองเง็งชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ด้วยสภาวะการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวเล อันได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้งนั้น ทำให้คณะผู้จัดทำที่ล้วนเป็นกลุ่มชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ได้เล็งเห็นประโยชน์ในการจัดทำหนังสือศิลปะการแสดงรองเง็ง เพื่อให้เกิดเรียนรู้และปฏิบัติสืบทอดศิลปะการแสดงได้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		รองเง็ง, การละเล่น, ความเป็นอยู่และประเพณี, ชาวเล, อูรักลาโว้ย, นักมานุษยวิทยาเดินดิน, ภาคใต้, สตูล		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=120	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/176-cover.jpg
631	121	อื่นๆ	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
632	121	วารสาร	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
633	121	บทความ	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
634	121	วิทยานิพนธ์	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
635	121	รายงาน	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
636	121	รายงานงานวิจัย	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
637	121	หนังสือ	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
638	121	จุลสาร	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
639	121	สูจิบัตร	โครงการ หนึ่งชุมชน หนึ่งนักมานุษยวิทยาเดินดิน ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนหมู่บ้านนาในน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล และเพื่อศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อพยพไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการปรับตัวของชาวบ้านนาที่อพยพย้ายถิ่น ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนในชุมชนบ้านนามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ทางด้านวัฒนธรรมของท้องถิ่นมีความผูกพันกับพุทธศาสนาและการทำมาหากินจากการทำนา ทำไร่ ทำสวน เก็บของป่าและจับปลาในแม่น้ำปิง ผลกระทบจากการสร้างเขื่อนภูมิพลกั้นลำน้ำปิง ทำให้ชาวบ้านนาต้องอพยพโยกย้ายไปตามแต่ผู้นำครอบครัว แต่ก็ยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบบรรพบุรุษที่บ้านนา โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรม ประเพณี แต่ทั้งนี้ชาวบ้านนาที่อพยพมานั้นก็ต้องมีการปรับตัวต่อการตั้งถิ่นฐานใหม่เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกระแสสังคมสมัยใหม่ในเรื่อง การประกอบอาชีพ การศึกษา การสาธารณสุขและอื่น ๆ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, วิถีชีวิต,บ้านนา, สามเงา, ตาก		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=121	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/177-cover.jpg
640	125	อื่นๆ	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
641	125	วารสาร	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
642	125	บทความ	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
643	125	วิทยานิพนธ์	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
644	125	รายงานงานวิจัย	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
645	125	รายงาน	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
646	125	หนังสือ	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
647	125	จุลสาร	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
648	125	สูจิบัตร	มานุษยวิทยานิเวศว่าด้วยวิถีสังคมวัฒนธรรมและการจัดการทรัพยากรชุมชนบ้านกรูด		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาความเข้มแข็งของชุมชนบ้านกรูดในการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และเพื่อศึกษาเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นตลอดจนความร่วมมือในการขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรวัฒนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ชุมชนบ้านกรูดและพื้นที่เกี่ยวข้องมีภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการฐานทรัพยากรด้านการประมงชายฝั่ง หรือประมงพื้นบ้านและด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและสวนมะพร้าว อีกทั้งชาวชุมชนบ้านกรูด (บ้านดอนสูง) และแม่รำพึง (บ้านดอนสำราญ) สามารถสร้างองค์ความรู้ในการจัดการที่ดินและการทำนา ทำสวนมะพร้าว และพืชเกษตรอื่น ๆ ด้วยฐานความรู้เดิมและการปรับองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่เข้ากับวิถีการผลิตทางการเกษตรของตน ให้เท่าทันกับสถานการณ์ทางสังคมวัฒนธรรม และระบบนิเวศของชุมชนที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ชุมชนบ้านกรูด, เกษตรอินทรีย์, ประมงพื้นบ้าน, มานุษยวิทยา, การเปลี่ยนแปลงทางสังคม, ประจวบคีรีขันธ์		28 ธันวาคม พ.ศ. 2561	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=125	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/196-cover.jpg
649	136	อื่นๆ	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
650	136	วารสาร	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
651	136	บทความ	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
652	136	วิทยานิพนธ์	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
653	136	รายงานงานวิจัย	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
654	136	รายงาน	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
655	136	หนังสือ	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
656	136	จุลสาร	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
657	136	สูจิบัตร	การสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก : กรณีศึกษาวัดอัมพวัน อ.เมือง จ.ลพบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี รวมถึงการถ่ายทอดภูมิปัญญาในวัฒนธรรมประเพณีของชาวมอญให้กับชุมชนอื่น ๆ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ประเพณีของชุมชนชาวมอญบางขันหมากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ประเพณีนั้นสามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีผู้นำชุมชนและเครือข่ายที่เข้มแข็งในการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ดีสิ่งที่สำคัญคือการสืบทอดรักษาเอกลักษณ์และทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตน โดยไม่เน้นกระแสการท่องเที่ยวทุนนิยมที่อาจเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมทั้งหมดได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		มอญ, ความเป็นอยู่และประเพณี, บางขันหมาก, ลพบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=136	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/207-cover.jpg
658	137	อื่นๆ	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
659	137	วารสาร	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
660	137	บทความ	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
661	137	วิทยานิพนธ์	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
662	137	รายงานงานวิจัย	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
663	137	รายงาน	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
664	137	หนังสือ	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
665	137	จุลสาร	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
666	137	สูจิบัตร	สงกรานต์การดำรงอยู่และการเปลี่ยนแปลงในบริบทการท่องเที่ยว		"<p>
	ประเพณีสงกรานต์ แต่เดิมมีจุดประสงค์ในการสร้างหรือตอกย้ำความสัมพันธ์ทางสังคม ระหว่างครอบครัว เครือญาติ และชุมชน โดยใช้กิจกรรมรดน้ำดำหัว ขอพร ทำบุญไหว้พระ และมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากปีเก่าสู่ปีใหม่ตามแบบฉบับของไทย แต่เมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป ประเพณีสงกรานต์ได้ถูกหยิบยกมาใช้ในแง่ของการเป็นทุนทางด้านวัฒนธรรม ในมิติของเศรษฐกิจที่มีจุดมุ่งหมายให้เป็นประเพณีแห่งความรื่นเริง สนุกสนาน เป็นประเพณีแห่งการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ถูกนำมารื้อฟื้นเป็นทุนทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับพื้นที่ของตน ประเพณีสงกรานต์จึงเปลี่ยนแปลงความหมายจากการเป็นประเพณีระบบชุมชนที่เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ในสังคม มาสู่ประเพณีในเชิงเศรษฐกิจ มีความหมายเป็นประเพณีของมวลชน โดยมีทั้งบุคคล รัฐบาล และองค์รทั้งภาครัฐและเอกชนมาเกี่ยวข้อง</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		สงกรานต์, การท่องเที่ยว, จารีตประเพณี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=137	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/212-cover.jpg
667	138	อื่นๆ	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
668	138	วารสาร	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
669	138	บทความ	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
670	138	วิทยานิพนธ์	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
671	138	รายงานงานวิจัย	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
672	138	รายงาน	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
673	138	หนังสือ	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
674	138	จุลสาร	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
675	138	สูจิบัตร	คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท กรณีศึกษา ผู้สูงอายุในจังหวัดราชบุรี		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท โดยศึกษาทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในสังคมชนบท รวมทั้งศึกษาบทบาทของหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ซึ่งจากผลวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ผู้สูงอายุในบ้านม่วงส่วนใหญ่เป็นคนมอญโดยกำเนิด ซึ่ง &ldquo;ปัจจัยภายใน&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ สุขภาพร่างกาย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว และความสามารถในการปรับตัวของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม &nbsp;ซึ่งในส่วนของ &ldquo;ปัจจัยภายนอก&rdquo; ที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่มีความผูกพันกับประเพณีวัฒนธรรมความเป็นมอญและจะส่งผลต่อไปในระยะยาว โดยหน่วยงานที่มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในชุมชนบ้านม่วงมากที่สุด ได้แก่ วัดม่วง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านม่วง</p>
<div>
	&nbsp;</div>"		ผู้สูงอายุ, คุณภาพชีวิต, ไทย, ราชบุรี		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=138	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/213-cover.jpg
676	154	อื่นๆ	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
677	154	วารสาร	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
678	154	บทความ	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
679	154	วิทยานิพนธ์	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
680	154	รายงานงานวิจัย	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
681	154	รายงาน	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
682	154	หนังสือ	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
683	154	จุลสาร	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
684	154	สูจิบัตร	การศึกษาวิจัยองค์ความรู้การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืชของชนเผ่าอาข่า		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวอาข่า ชุมชนอาแย ได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ผ่านการรวบรวมองค์ความรู้ของชุมชนที่เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช&nbsp; เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และสังคมในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างศักยภาพของคนในชุมชนให้มีความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากการจัดทำโครงการวิจัยพบว่า การที่ทำให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการนั้นจะเป็นแนวทางต่อไปในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง รวมไปถึงเป็นการผนวกความร่วมมือของคนในชุมชนทั้งปราชญ์ท้องถิ่นในการเพาะปลูกพืชผักผลไม้และการจัดการทรัพยากรต่างให้กับชุมชนของตนเอง&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>"		อาข่า, กลุ่มชาติพันธุ์, การปลูกพืช, การเก็บรักษา, องค์ความรู้, ไทย, ภาคเหนือ, นักมานุษยวิทยาเดินดิน		4 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=154	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/298-cover.jpg
685	155	อื่นๆ	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
686	155	วารสาร	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
687	155	บทความ	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
688	155	วิทยานิพนธ์	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
689	155	รายงานงานวิจัย	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
690	155	รายงาน	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
691	155	หนังสือ	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
692	155	จุลสาร	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
693	155	สูจิบัตร	การเปลี่ยนแปลงประเพณี และพิธีกรรม &quot;เม-ด้ำ-เม-ผี&quot; ของคนไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย		"<p>
	รัฐอัสสัม เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ พบกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทอยู่บริเวณดินแดนปลายสุดทางตะวันตก ที่เกิดจากการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มคนไทจนก่อร่างสร้างเป็นอาณาจักรไทอาหม อันมีอัตลักษณ์ทางภาษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีชีวิตในรูปแบบของตนเอง แต่เมื่อรัฐอัสสัมมีบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อัตลักษณ์ของชาวไทอาหมเปลี่ยนแปลงไป จนบางอย่างได้ถูกลบเลือนสูญหายไปจากความทรงจำและวิถีชีวิตของคนไทอาหม แต่เมื่อสำนึกทางประวัติศาสตร์ถูกรื้อฟื้น ประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต้องการแยกรัฐอัสสัมเป็นรัฐอิสระ ทำให้ประเพณี พิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกรื้อฟื้นอีกครั้งเพื่อสร้างสำนึกทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของรัฐอัสสัม โดยเฉพาะประเพณี &ldquo;เม-ด้ำ-เม-ผี&rdquo; ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของรัฐอัสสัม&nbsp;</p>"		ไทอาหม, อัสสัม, อินเดีย, เมด้ำเมผี, ความเป็นอยู่และประเพณี, วัฒนธรรม,		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=155	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/299-cover.jpg
694	156	อื่นๆ	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
695	156	วารสาร	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
696	156	บทความ	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
697	156	วิทยานิพนธ์	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
698	156	รายงานงานวิจัย	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
699	156	รายงาน	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
700	156	หนังสือ	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
701	156	จุลสาร	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
702	156	สูจิบัตร	การเดินทางของชีวิต: ความหมายต่อความชราภาพและการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ กรณีศึกษา บ้านเกาะแรต หมู่ที่12 ตำบลบางปลา อำเภอบางเลน และบ้านหัวถนน ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้มีเป้าหมายในการศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิต ความหมายและการปฏิบัติตัวของผู้สูงอายุไทดำ ซึ่งจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าความหมายของความชราภาพในกลุ่มผู้สูงอายุไทดำ อาจจะเริ่มต้นจากความแตกต่างทั้งทางเพศสภาพที่ทำให้การเดินทางของชีวิต การมีตำแหน่งหน้าที่ บทบาททางสังคมแตกต่างกันออกไป แต่ภายใต้ความเป็นชาติพันธุ์ที่ยึดโยงอยู่บนระบบประเพณี วัฒนธรรมความเชื่อเดียวกันในเรื่องของผีและบรรพบุรุษได้ให้ความหมายต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุไทดำในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และชาติพันธุ์&nbsp; สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุไทดำได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวเองท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและสังคมวัฒนธรรม</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ผู้สูงอายุ, ความเป็นอยู่และประเพณี, นครปฐม		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=156	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/300-cover.jpg
703	157	อื่นๆ	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
704	157	วารสาร	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
705	157	บทความ	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
706	157	วิทยานิพนธ์	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
707	157	รายงานงานวิจัย	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
708	157	รายงาน	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
709	157	หนังสือ	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
710	157	จุลสาร	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
711	157	สูจิบัตร	พลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ของลาวโซ่ง/ไทดำจากพิธีกรรมความตาย		"<p>
	งานวิจัยได้ศึกษาเกี่ยวกับพลวัตจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีการปรับตัวในบริบทใหม่ โดยการวิเคราะห์แบบแผนประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวลาวโซ่ง/ไทดำในประเทศไทย ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงพิธีศพจากอิทธิพลเชิงประวัติศาสตร์สังคมที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้เคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยในช่วงเวลา 200 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งมีความแตกต่างจากพิธีศพที่เกิดขึ้นในสิบสองจุไท แสดงถึงพลวัตในจักรวาลทัศน์และโลกทัศน์ที่มีลำดับขั้นตอน ในกระบวนพิธีภายใต้การกำกับของระบบความเชื่อในคติผี ตามจักรวาลทัศน์แบบคู่ขนาดเมืองฟ้า-เมืองลุ่ม อีกทั้งพิธีศพยังแสดงให้เห็นโลกทัศน์ที่ตอกย้ำจิตสำนึกของผู้พลัดถิ่นฐานเดิมของตน และกลายเป็นแกนความผูกพันที่ยึดโยงโดยจิตสำนึกอันเหนี่ยวแน่นของชาติพันธุ์ลาวโซ่ง/ไทดำ</p>"		โซ่ง, ไทดำ, ชาติพันธุ์วิทยา, ความเป็นอยู่และประเพณี, พิธีศพ, ความเชื่อ, การนับถือผี, โลกทัศน์, วัฒนธรรมความตาย, พิธีกรรมวิเคราะห์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=157	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/301-cover.jpg
712	158	อื่นๆ	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
713	158	วารสาร	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
714	158	บทความ	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
715	158	วิทยานิพนธ์	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
716	158	รายงานงานวิจัย	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
717	158	รายงาน	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
718	158	หนังสือ	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
719	158	จุลสาร	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
720	158	สูจิบัตร	การศึกษาเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก		"<p>
	งานวิจัยชิ้นนี้ มีจุดประสงค์ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ด้วยวิธีสังเกตอย่างมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์ เพื่อสำรวจรวบรวมรายชื่อเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก ซึ่งจากการวิจัยพบว่า คนไทพ่าเกมีอัตลักษณะทางวัฒนธรรมที่มีลักษณะดั้งเดิมเป็นมรดกติดตัวคนไทมาด้วยเมื่อย้ายถิ่นฐานไปยังลุ่มน้ำพรหมบุตรในรัฐอัสสัมมี 4 ประการ คือ 1.) อัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ 2.) อัตลักษณ์ด้านวัตนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต 3.) อัตลักษณ์ด้านความเชื่อของคนไทพ่าเก 4.) อัตลักษณ์ด้านภาษา โดยอัตลักษณ์ด้านภาษามีบทบาทอย่างมากในการดำรงวัฒนธรรมของไทพ่า ก่อให้เกิดเอกสารตัวเขียนจำนวนมาก ดังนั้นประเพณีเกี่ยวกับเอกสารตัวเขียน ที่เป็นปัจจัยในการอนุรักษ์เอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก คือ ประเพณีลูลิก และประเพณีแต้มลิก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้เกิดการผลิตซ้ำเอกสารตัวเขียนของไทพ่าเก โดยมีการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น การถ่ายเอกสาร และคอมพิวเตอร์ มารับใช้คติความเชื่อ ทำให้สะดวกมากขึ้น</p>"		ไทพ่าเก, อัสสัม, ความเป็นอยู่และประเพณี, อินเดีย, ชาติพันธุ์วิทยา		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=158	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/303-cover.jpg
721	159	อื่นๆ	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
722	159	วารสาร	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
723	159	บทความ	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
724	159	วิทยานิพนธ์	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
725	159	รายงานงานวิจัย	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
726	159	รายงาน	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
727	159	หนังสือ	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
728	159	จุลสาร	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
729	159	สูจิบัตร	มองไทสิบสองปันนากับชาติจีนยุคใหม่ ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อ		"<p>
	สิบสองปันนา ในปัจจุบันถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ภายใต้การบริหารการปกครองของมณฑลยูนาน กลุ่มชาติพันธุ์ &ldquo;ลื้อ&rdquo; ที่มีอัตลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต และประเพณีในรูปแบบเฉพาะ&nbsp; แต่ภายใต้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า การปฏิวัติวัฒนธรรม ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำให้อัตลักษณ์ของชาวลื้อถูกบดบัง เบียดขับออกไปหลายชั่วอายุคน อัตลักษณ์บางอย่างนั้นสูญหายไปจากความทรงจำ ต่อมาเมื่อเติ้ง เสี่ยวผิงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน เขาได้ใช้นโยบาย 4 ทันสมัย ในการขับเคลื่อนประเทศจีน ประกอบกับการเปิดโอกาสและพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความเจริญและสรรค์สร้างให้สิบสองปันนาได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ชาวลื้อซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่จึงต้องปรับตัว รื้อ สร้างอัตลักษณ์ของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อนำมาเป็นทุนทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวท่ามกลางบริบทความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิบสองปันนา ผ่านชีวประวัติของผู้นำจารีตของชาวลื้อที่ได้เป็นผู้มีบทบาทต่อการรื้อสร้างอัตลักษณ์ และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการเผชิญยุคการเปลี่ยนผ่านของสิบสองปันนา</p>"		ไทลื้อ, ชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ผู้นำจารีต, ประวัติศาสตร์, ความเป็นอยู่และประเพณี, เชียงรุ้ง		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=159	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/306-cover.jpg
730	160	อื่นๆ	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
731	160	วารสาร	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
732	160	บทความ	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
733	160	วิทยานิพนธ์	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
734	160	รายงานงานวิจัย	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
735	160	รายงาน	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
736	160	หนังสือ	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
737	160	จุลสาร	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
738	160	สูจิบัตร	ภูมิทัศน์ชาติพันธุ์ แผนที่ชุมชนชาติพันธุ์ในกรุงเทพมหานคร		"<p>
	สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบร่างมาจากความหลากหลายทางชาติพันธุ์ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สาเหตุมาจากการเป็นเมืองท่าในแถบอุษาคเนย์ทำให้มีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาทำการติดต่อค้าขาย รวมถึงตั้งรกรากนับแต่นั้นเป็นต้นมา อาทิ ญี่ปุ่น โปรตุเกส จีน รวมถึงการกวาดต้อนเฉลยจากการทำศึกสงครามมาไว้ เช่น ลาว มอญ ญวน เรื่อยมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแต่ละกลุ่มชน/ชาติพันธุ์จะมีอัตลักษณ์เป็นของตนเอง รายงานเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในกรุงเทพฯ ในประเด็นเกี่ยวกับศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถีชีวิต ที่อยู่อาศัย เป็นต้น เพื่อที่จะจัดทำออกมาให้อยู่ในรูปแบบภูมิทัศน์และแผนที่ชุมชนชาติพันธุ์</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, มุสลิม, จีน, มอญ, ลาว, ภูมิทัศน์, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ธนบุรี, ประวัติศาสตร์		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=160	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/307-cover.jpg
739	161	อื่นๆ	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
740	161	วารสาร	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
741	161	บทความ	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
742	161	วิทยานิพนธ์	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
743	161	รายงานงานวิจัย	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
744	161	รายงาน	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
745	161	หนังสือ	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
746	161	จุลสาร	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
747	161	สูจิบัตร	สวนชานเมืองสู่สวนกลางเมือง: การดำรงอยู่ของการทำสวนในพื้นที่ธนบุรี		"<p>
	ความเจริญและความเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชากรจากทั่วภูมิภาคทุกสารทิศ อพยพเข้ามาทำงานเนื่องจากความเป็นศูนย์กลางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้กรุงเทพฯ มีปัญหาเรื่องความแออัดของประชากร และการจัดสรรที่ดินสำหรับใช้ประโยชน์ไม่เพียงพอ พื้นที่ความเป็นเมืองจึงต้องขยายออกไปแถบชานเมืองแทน อาทิ แถบภาษีเจริญ บางขุนเทียน ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ทำให้พื้นที่การเกษตรอันเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมมาของชานเมืองกรุงเทพฯ นั้นถูกรุกล้ำด้วยโครงการบ้านจัดสรร การตัดเส้นทางถนนผ่าน โรงงานต่าง ๆ ประกอบกับค่านิยมวิถีชีวิตยุคใหม่ที่เห็นอาชีพเกษตรกรมีรายได้น้อย ทำให้เกิดภาวะการลดลงของพื้นที่ที่ทำสวน&nbsp; เพาะปลูกเพื่อการเกษตรลดลงเป็นจำนวนมาก จึงต้องมีการศึกษาถึงการปรับตัวให้การดำรงของพื้นที่สวนเข้ากับบริบทความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน ของพื้นที่สวนแถบบริเวณฝั่งธนบุรีหรือแถบชานเมืองกรุงเทพฯ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		การทำสวน, นิเวศวิทยาการเมือง, เกษตรกรรม, เกษตรกร, เศรษฐกิจ		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=161	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/302-cover.jpg
748	162	อื่นๆ	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
749	162	วารสาร	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
750	162	บทความ	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
751	162	วิทยานิพนธ์	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
752	162	รายงานงานวิจัย	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
753	162	รายงาน	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
754	162	หนังสือ	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
755	162	จุลสาร	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
756	162	สูจิบัตร	&quot;ความเป็นเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างสินค้าและผู้คนย่านธนบุรี&quot; กรณีศึกษาชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี		"<p>
	งานศึกษาชิ้นนี้ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ทางสังคม การก่อตั้งถิ่นฐานของผู้คนฝั่งธนบุรี ในบริบทช่วงเวลารัตนโกสินทร์จนถึง พ.ศ. 2500 และศึกษาทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจฝั่งธนบุรี ในฐานะเป็นแหล่งทรัพยากรที่ส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่กรุงเทพฯ ในบริเวณต่าง ๆ ซึ่งจากการศึกษาทำให้เห็นว่า ธนบุรีถือเป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางทางการค้า เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำเป็นศูนย์กลางในการเดินทาง อีกทั้งยังมีเส้นทางส่งเสริมจากการขุดคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมแม่น้ำเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสัญจรทางน้ำได้อย่างทั่วถึงไปยังในชุมชนต่าง ๆ ทำให้เกิดการค้าขายที่คึกคัก และเกิดเครือข่ายการค้าขึ้นมาระหว่างพื้นที่เมืองและพื้นที่หัวเมือง ประกอบกับเครือข่ายการค้ากับต่างประเทศ ดังเห็นได้จากหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง เกิดขึ้นได้ยกเลิกการผูกขาดสินค้าบางประเภท ส่งผลให้การค้าขายของไทยเริ่มขยายเครือข่ายทางการค้าออกไปสู่ต่างประเทศมากยิ่งขึ้น</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์บอกเล่า, ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, กรุงรัตนโกสินทร์, ธนบุรี		8 พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=162	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/305-cover.jpg
757	163	อื่นๆ	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
758	163	วารสาร	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
759	163	บทความ	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
760	163	วิทยานิพนธ์	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
761	163	รายงานงานวิจัย	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
762	163	รายงาน	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
763	163	หนังสือ	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
764	163	จุลสาร	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
765	163	สูจิบัตร	การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย: หลักฐานโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทย		"<p>
	หลักฐานทางโบราณคดี ที่ประกอบไปด้วย โบราณสถาน โบราณวัตถุ และนิเวศวัตถุ นับว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญที่สามารถบ่งบอกพัฒนาการ บริบทความเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์ติดต่อสื่อสารกันระหว่างชุมชนหรือเมืองตามประวัติศาสตร์ที่ได้ปรากฏจากหลักฐาน รายงานวิจัยเล่มนี้จึงต้องการที่จะศึกษาในประเด็นของ การค้าทางไกลยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ที่อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง ประมาณ 2500-1500 ปีก่อน โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีจากภาคกลางของประเทศไทยเป็นตัวบ่งชี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		เส้นทางการค้า, ประวัติศาสตร์, ก่อนประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ, การขุดค้นทางโบราณคดี, ไทย, ภาคกลาง		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=163	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/308-cover.jpg
766	164	อื่นๆ	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
767	164	วารสาร	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
768	164	บทความ	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
769	164	วิทยานิพนธ์	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
770	164	รายงานงานวิจัย	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
771	164	รายงาน	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
772	164	หนังสือ	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
773	164	จุลสาร	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
774	164	สูจิบัตร	ข้อมูลระบบลำน้ำสมัยอยุธยาจากการสำรวจและตรวจสอบภาคสนาม		"<p>
	แม่น้ำ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐในสมัยจารีต เพราะแม่น้ำมีความสำคัญทั้งในแง่ของ การเพาะปลูกและหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในเมืองได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี เป็นเส้นทางสายหลักสำหรับใช้ในการติดต่อสัมพันธ์ค้าขายกับทั้งสังคมภายในและภายนอก เป็นพื้นที่ที่ผู้คนในอดีตนิยมตั้งถิ่นฐานกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่า แม่น้ำนั้นเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง โดยเฉพาะอาณาจักร &ldquo;อยุธยา&rdquo; เป็นราชธานีมีโครงข่ายลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันหลายสาย จนได้รับขนานนามว่า &ldquo;เวนิชตะวันออก&rdquo; และด้วยระยะเวลากว่า 417 ปีที่ผ่านมาของอาณาจักรอยุธยา มีการขุดคูคลองเส้นทางน้ำหลายสาย บ้างก็มีการจดบันทึกไว้ รายงานเล่มนี้จึงต้องการศึกษาถึง ระบบลำน้ำสมัยอยุธยา เพื่อทำความเข้าใจถึงความสำคัญของแม่น้ำ ที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงในสมัยอยุธยา</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		อยุธยา, ย่าน, ลำน้ำ, คลอง, เส้นทางน้ำ, ภูมิศาสตร์, แผนที่, การสำรวจและตรวจสอบ, พระราชพิธี, พิธี		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=164	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/310-cover.jpg
775	165	อื่นๆ	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
776	165	วารสาร	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
777	165	บทความ	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
778	165	วิทยานิพนธ์	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
779	165	รายงานงานวิจัย	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
780	165	รายงาน	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
781	165	หนังสือ	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
782	165	จุลสาร	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
783	165	สูจิบัตร	การแปลและการศึกษาเอกสารจีนโบราณกับไทยในบริบทของเส้นทางสายไหม		"<p>
	จีนเป็นหนึ่งในชนชาติที่มีสำนึกทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นได้จากทักษะการจดบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งจากเอกสารหรือจดหมายเหตุของราชสำนักจีน ขณะเดียวกันในแง่ของความสัมพันธ์ ประเทศไทยหากนับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันได้มีความสัมพันธ์กับจีน ในบริบททางการฑูตและเศรษฐกิจมาแล้วกว่า 2000 ปี ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกหรือเอกสารทางประวัติศาสตร์ของจีนนั้น ค่อนข้างมีความแม่นยำ เที่ยงตรง และน่าเชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า ประวัติศาสตร์ไทย ในแง่ของการตรวจสอบข้อมูลที่ยังมีความคลุมเครือ น่าสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการคัดเลือก ชำระ และแปลเอกสารจีนโบราณที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อันเป็นที่มาของรายงานการวิจัยเล่มนี้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์, จดหมายเหตุ, การค้ากับต่างประเทศ, ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ, จีน, ไทย		7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=165	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/311-cover.jpg
784	166	อื่นๆ	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
785	166	วารสาร	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
786	166	บทความ	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
787	166	วิทยานิพนธ์	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
788	166	รายงานงานวิจัย	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
789	166	รายงาน	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
790	166	หนังสือ	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
791	166	จุลสาร	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
792	166	สูจิบัตร	ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5		"<p>
	รายงานการวิจัยเล่มนี้ศึกษา ศิลปกรรมในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 4-5 ที่ได้มีพระราชดำริให้สร้างอนุสรณ์สถานที่ไปเสด็จยังที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ ปูชนียสถาน และสิ่งสาธารณูปโภคเพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่ เพื่อแสดงออกถึงนัยยะทางการเมือง และเพื่อรองรับการพัฒนาของเมืองจากการขยายตัวทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ อันเป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฎร่องรอยมาอยู่จนถึงปัจจุบัน</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ศิลปกรรม, ชายฝั่งทะเลตะวันออก, ประวัติศาสต์ศิลปะ, รัชกาลที่ 4, รัชกาลที่ 5		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=166	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/210-cover.jpg
793	167	อื่นๆ	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
794	167	วารสาร	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
795	167	บทความ	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
796	167	วิทยานิพนธ์	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
797	167	รายงานงานวิจัย	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
798	167	รายงาน	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
799	167	หนังสือ	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
800	167	จุลสาร	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
801	167	สูจิบัตร	บทบาทของลังกาทวีปในฐานะศูนย์กลางพุทธศาสนาต่อพุทธศิลป์ไทย		"<p>
	ศรีลังกาถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท (หินยาน) มานับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราชทำการสังคายนาพระพุทธศาสนาครั้งที่ 3 ขึ้น ด้วยความเจริญและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนาในศรีลังกานี้ ทำให้บ้านเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยจึงเลือกที่จะรับเอาพุทธศาสนาจากศรีลังกาเข้ามาประดิษฐาน ณ บ้านเมืองของตน ทำให้กรอบของความคิด ความเชื่อ และพุทธศิลป์ ดำเนินในแนวทางตามพุทธศาสนาแบบลังกาที่ได้เลือกรับเข้ามา ที่เห็นได้ชัด คือ นับตั้งแต่สมัยทราวดี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา (ตอนต้น) และเมื่อสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศาสนาแบบลังกาได้เกิดความเสื่อมลง มีการปรับรูปแบบแนวคิดจากการผสมความเชื่อแบบพุทธศาสนาลังกากับพุทธศาสนาแบบขอม ซึ่งตกค้างมาตั้งแต่ยุคก่อนหน้า เข้ามาเป็นรูปแบบของตนเองในแง่รูปแบบความคิด ความเชื่อ แต่พุทธศิลป์ยังคงยึดถือตามแบบความยิ่งใหญ่ของลังกา จนมาถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามาอีกครั้ง จากการอัญเชิญปูชนียวัตถุเข้ามา อาทิ พระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น จนถึงในช่วงเวลาต่อมาบทบาทของพุทธศาสนาในลังกาค่อย ๆ ลดอิทธิพลลง และถูกแทนที่ด้วยประวัติศาสตร์พุทธศาสนาในอินเดีย</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พุทธศิลป์, ศรีลังกา, พุทธศาสนาลังกาวงศ์		25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=167	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/211-cover.jpg
802	187	อื่นๆ	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
803	187	วารสาร	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
804	187	บทความ	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
805	187	วิทยานิพนธ์	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
806	187	รายงานงานวิจัย	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
807	187	รายงาน	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
808	187	หนังสือ	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
809	187	จุลสาร	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
810	187	สูจิบัตร	ความหลากหลายพันธุ์พืช ไร่หมุนเวียนและผู้หญิง ความเป็นหนึ่งที่สืบทอดความคงอยู่ของความหลากหลายพันธุ์พืช ภายใต้โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมและไร่หมุนเวียน		"<p>
	&quot;ไร่หมุนเวียน&quot; เป็นวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในการดำรงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง ผู้หญิงมีความผูกพันกับไร่หมุนเวียนมากกว่าผู้ชาย อาจเพราะเวลาส่วนใหญ่ผู้หญิงจะอยู่กับไร่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดพันธุ์พืช กระบวนการเก็บรักษาสายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ ไปจนถึงการลงมือปลูกและเก็บผลผลิตล้วนเป็นบทบาทของผู้หญิงตลอดทั้งกระบวน จนอาจกล่าวได้ว่า &quot;ไร่หมุนเวียนเป็นมารดาแห่งพันธุ์พืช ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นมารดาของไร่หมุนเวียน&quot;&nbsp;</p>"		วิถีชีวิต,ไร่หมุนเวียน, การเกษตร, ชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง		28 มีนาคม พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=187	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/332-cover.jpg
811	218	อื่นๆ	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
812	218	วารสาร	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
813	218	บทความ	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
814	218	วิทยานิพนธ์	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
815	218	รายงานงานวิจัย	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
816	218	รายงาน	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
817	218	หนังสือ	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
818	218	จุลสาร	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
819	218	สูจิบัตร	แนวทางการส่งเสริมศักยภาพชุมชนมอญเจ็ดริ้วในการจัดการวัฒนธรรม		"<p>
	ชุมชนเจ็ดริ้วมีระบบความเชื่อของชาวมอญที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ การมีสำนึกร่วมกันของคนในชุมชน โดยเฉพาะความเชื่อเกี่ยวกับผีมอญ ประเพณี และการใช้ภาษา นับว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดวัฒนธรรม ทั้งยังพบว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านอย่างการปักผ้าสไบมอญได้เป็นที่ยอมรับของคนทั้งจากภายในและภายนอกชุมชน รวมทั้งการได้รับรางวัลก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสามารถขายเป็นสินค้าสร้างรายได้ อย่างไรก็ดีชุมชนเจ็ดริ้วมีศักยภาพในการจัดการวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาและข้อจำกัด ตามที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ไว้ถึงแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพของชุมชนในการจัดการวัฒนธรรมดังกล่าว</p>"		มอญ, ชาติพันธุ์, เจ็ดริ้ว, วัฒนธรรมและประเพณี, การจัดการวัฒนธรรม		10 เมษายน พ.ศ. 2562	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=218	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/312-cover.jpg
820	220	อื่นๆ	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
821	220	วารสาร	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
822	220	บทความ	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
823	220	วิทยานิพนธ์	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
824	220	รายงานงานวิจัย	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
825	220	รายงาน	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
826	220	หนังสือ	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
827	220	จุลสาร	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
828	220	สูจิบัตร	ค่ายเยาวชนรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ครั้งที่ 14		"<p>
	ในปัจจุบันรากเหง้าและจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมถูกลดทอนลง เช่นเดียวกับการอนุรักษ์ศิลปะ โบราณคดีและวัฒนธรรม ที่ไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากนัก เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เกิดความสำนึกในเรื่องนี้ ทางชมรมโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ ความคิด และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านต่อเยาวชน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงพื้นที่จริง โดยเลือกพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดกำแพงเพชร เป็นสถานที่ดำเนินงาน ด้วยเป็นทั้งสถานที่ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดี ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเข้าใจกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเบื้องต้น</p>"		การอนุรักษ์, โบราณคดี, วัฒนธรรม, วัฒนธรรมพื้นบ้าน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=220	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/363-cover.jpg
829	221	อื่นๆ	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
830	221	วารสาร	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
831	221	บทความ	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
832	221	วิทยานิพนธ์	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
833	221	รายงานงานวิจัย	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
834	221	รายงาน	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
835	221	หนังสือ	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
836	221	จุลสาร	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
837	221	สูจิบัตร	ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนในคนนอกคนกลางและคนอื่น		"<p>
	โครงการ <em>ชุมชนในภาพถ่ายจากภาพถ่ายในชุมชน : คนละมุมมองเดียวกันผ่านภาพถ่ายคนใน คนนอก คนกลางและคนอื่น&nbsp;&nbsp;</em>เป็นโครงการที่มุ่งเน้นศึกษาบริบทอื่นของภาพถ่ายในเชิงมานุษยวิทยาอันสามารถนำไปสู่มุมมอง แง่มุมการศึกษาที่แปลกใหม่กว่าการยืนยันรูปธรรมของชุมชนหรือการมีอยู่ของวัตถุหนึ่งผ่าน การศึกษาซึ่งผสมผสานกับมุมมองทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ที่ร่วมพิจารณาบทบาทระหว่างภายถ่ายกับผู้คนในชุมชน ประกอบการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ซึ่งได้เลือกพื้นที่ชุมชนบ้านโนนม่วง ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เป็นพื้นที่ในการศึกษาเนื่องจากชุมชนบ้านโนนม่วงเป็นชุมชนที่ไม่ปรากฏอัตลักษณ์เฉพาะกลุ่มอย่างเด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะของชุมชนที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการเชิงทดลองในครั้งนี้ โดยได้แบ่งรูปแบบกิจกรรมการถ่ายภาพออกเป็นสามรูปแบบ ประการแรก เป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายนอกที่กระทำต่อพื้นที่และผู้คนภายในชุมชน ประการที่สอง ความสัมพันธ์ในรูปแบบมุมมองสายตาของบุคคลภายในต่อพื้นที่และบุคคลภายในชุมชนด้วยกันเองซึ่งแบ่งออกเป็นสองหัวข้อคือ &lsquo;ความงาม&rsquo; และ &lsquo;แม่&rsquo; ประการที่สาม ความสัมพันธ์ในรูปแบบอิสระภายใต้เงื่อนไขความก่ำกึ่งของสถานะคนนอก-คนใน</p>"		ภาพถ่าย, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ชุมชน, บ้านโนนม่วง, มหาสารคาม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=221	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/364-cover.jpg
838	222	อื่นๆ	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
839	222	วารสาร	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
840	222	บทความ	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
841	222	วิทยานิพนธ์	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
842	222	รายงานงานวิจัย	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
843	222	รายงาน	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
844	222	หนังสือ	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
845	222	จุลสาร	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
846	222	สูจิบัตร	โครงการผู้แทนการประชุมเชิงนโยบายของสุดยอดผู้นำอาเซียนรุ่นใหม่ 2562		"<p>
	โครงการ Young ASEAN Leaders Policy Initiative (YALPI) เป็นการรวมกลุ่มนักศึกษาและตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นพลังในการผลักดันนโยบายทางการเมืองของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้คัดสรรประเด็นทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ 1.การก่อการร้าย 2.การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม 3.ระบบสวัสดิการ 4.ความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องวิเคราะห์ประเด็นข้างต้นเพื่อนำมาซึ่งข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งการเผยแพร่และนำเสนอนโยบายซึ่งเป็นผลงานของผู้เข้าร่วมประชุมต่อผู้นำทางการเมืองอีกด้วย</p>"		นโยบายการเมือง, อาเซียน, ประชาคมสังคม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=222	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/365-cover.jpg
847	223	อื่นๆ	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
848	223	วารสาร	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
849	223	บทความ	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
850	223	วิทยานิพนธ์	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
851	223	รายงานงานวิจัย	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
852	223	รายงาน	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
853	223	หนังสือ	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
854	223	จุลสาร	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
855	223	สูจิบัตร	การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน		"<p>
	ชุมชนตรอกสลักหิน ชุมชนใกล้ศูนย์กลางทางการค้าของกรุงเทพมหานคร แม้จะมีขนาดเล็กแต่มีมนต์เสน่ห์และเรื่องราวที่น่าค้นหาซ่อนอยู่ในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ยังคงรอให้ทุกคนเข้ามาค้นหา และเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากในชุมชนแห่งนี้ โครงการ การพัฒนาเส้นทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนตรอกสลักหิน โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาและเรียบเรียงประวัติศาสตร์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่น 2) เพื่อปลูกฝังให้คนในท้องถิ่นเห็นคุณค่าของชุมชนผ่านการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนร่วมกัน 3) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนโดยพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป และมีวิธีการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งจากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการสอบถาม สัมภาษณ์จากสมาชิกในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและนักวิชาการ ระยะที่ 2 ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ ร่วมกับคนในชุมชน ระยะที่ 3 เผยแพร่ประวัติศาสตร์ชุมชน ผ่านการจัดกิจกรรม &ldquo;Trail (Tale) of ตรอกสลักหิน&rdquo; และระยะที่ 4 ประเมินและสรุปผลโครงการ กลุ่มเป้าหมายของโครงการ คือ สมาชิกชุมชนตรอกสลักหินและบุคคลภายนอกชุมชน จากโครงการนี้ทำให้ผู้ใหญ่ในชุมชนที่มีส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นสามารถรำลึกถึงอดีต บอกเล่าข้อมูลของชุมชนและถ่ายทอดออกมาผ่านประสบการณ์ที่ได้รับเพื่อส่งต่อไปยังเด็ก ๆ ในชุมชนที่เข้าร่วมการทำยุววิจัยเป็นผู้สัมภาษณ์ได้รับทราบ และเด็ก ๆ ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้แก่บุคคลภายนอกได้</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ประวัติศาสตร์ชุมชน, ชุมชนตรอกสลักหิน, เส้นทางการเรียนรู้		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=223	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/366-cover.jpg
856	224	อื่นๆ	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
857	224	วารสาร	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
858	224	บทความ	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
859	224	วิทยานิพนธ์	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
860	224	รายงานงานวิจัย	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
861	224	รายงาน	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
862	224	หนังสือ	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
863	224	จุลสาร	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
864	224	สูจิบัตร	การพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือ เพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง		"<p>
	โครงการพัฒนาเครือข่ายนักศึกษาครูสังคมศึกษาในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือเพื่อการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมือง เป็นโครงการที่มุ่งหวังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาครูสังคมศึกษาได้ลงพื้นที่ภาคสนามในการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองผ่านเครื่องมือทางมานุษยวิทยาที่จะช่วยให้เกิดการศึกษาเชิงลึก (Deep Study) จากนั้นพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้ออกมาเป็นบทความทางวิชาการ และจัดประชุมเสวนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ อันจะเป็นการสร้างเครือข่ายและพื้นที่ให้กับนักศึกษาครูสังคมในกลุ่มราชภัฏภาคเหนือได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและในอนาคตจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเพื่อท้องถิ่นร่วมกันต่อไป</p>"		มานุษยวิทยา, บทความ, การศึกษา, ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=224	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/367-cover.jpg
865	225	อื่นๆ	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
866	225	วารสาร	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
867	225	บทความ	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
868	225	วิทยานิพนธ์	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
869	225	รายงานงานวิจัย	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
870	225	รายงาน	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
871	225	หนังสือ	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
872	225	จุลสาร	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
873	225	สูจิบัตร	ที่นี่หมู่บ้านป่าคา (เตี้ยเก้ง) ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองสาน จังหวัดกำแพงเพชร		"<p>
	หนังสือเล่มนี้เป็นผลผลิตปลายทางของโครงการค่ายเรียนรู้วิถีม้งป่าคา ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านเครื่องมือที่นำมาบูรณาการ พร้อมทั้งกิจกรรม work shop การผลิตคลิปวิดิโอสั้นเชิงสารคดี และกิจกรรมถอดบทเรียน และการทำ SWOT จากข้อมูลที่ได้จากการจัดกิจกรรมค่ายเรียนรู้วิถีชีวิตม้งป่าคา ณ ต.โป่งน้ำร้อน อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร</p>"		วิถีชีวิต, วัฒนธรรม, ม้ง, ชาติพันธุ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=225	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/368-cover.jpg
874	226	อื่นๆ	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
875	226	วารสาร	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
876	226	บทความ	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
877	226	วิทยานิพนธ์	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
878	226	รายงานงานวิจัย	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
879	226	รายงาน	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
880	226	หนังสือ	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
881	226	จุลสาร	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
882	226	สูจิบัตร	ชุมชนนักปฏิบัติการเรียนรู้สหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์สำหรับนักการศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง: จากห้องเรียนทฤษฎีสู่พื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม		"<p>
	โครงการนี้ได้จัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความรู้เชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นำไปสู่การเผยแพร่สู่สาธารณะชนต่อบุคคลที่เข้าร่วม รวมไปถึงนักศึกษาที่จัดทำกิจกรรมและนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ให้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเข้าใจต่อประเด็นการศึกษาในมิติสังคม เศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรมด้วยมุมมองสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ผ่านการจัดกิจกรรม ได้แก่ 1. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชุดนักเรียน&hellip;เท่าเทียมหรือเท่าทุน? : ว่าด้วยสิทธิและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเชิงเสรีนิยมใหม่&rdquo; 2. การเสวนาในหัวข้อ &ldquo;ชำแหละวาทกรรมการศึกษา : การครอบงำของภาษาในโรงเรียน&rdquo; 3.ค่าย ActivisionX Season 1 ตอน Level Up และ 4. วิดีทัศน์เรื่อง &ldquo;การศึกษาของชาติพันธุ์ : รัฐสวัสดิการ&rdquo; ซึ่งเป็นการดำเนินการกิจกรรมแบบสาธารณะเพื่อหวังผลในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเชิงสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์</p>"		ปฏิบัติการทางสังคม, สังคม, วัฒนธรรม, การศึกษา		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=226	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/369-cover.jpg
883	227	อื่นๆ	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
884	227	วารสาร	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
885	227	บทความ	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
886	227	วิทยานิพนธ์	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
887	227	รายงานงานวิจัย	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
888	227	รายงาน	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
889	227	หนังสือ	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
890	227	จุลสาร	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
891	227	สูจิบัตร	การรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการรวบรวมภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นโดยการสังเกต การสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลประกอบไปด้วย กลุ่มของผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ รวมไปถึงเด็กและเยาวชน ในชุมชนขุนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีประวัติหมู่บ้านที่เล่าขานกันมายาวนาน ประกอบกับได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการเพื่อการถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์หัตถกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ม้งแก่สาธารณะ</p>"		ม้ง, กลุ่มชาติพันธุ์, หัตถกรรม, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=227	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/370-cover.jpg
892	228	อื่นๆ	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
893	228	วารสาร	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
894	228	บทความ	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
895	228	วิทยานิพนธ์	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
896	228	รายงานงานวิจัย	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
897	228	รายงาน	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
898	228	หนังสือ	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
899	228	จุลสาร	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
900	228	สูจิบัตร	การเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยาย ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบคำบรรยายชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลาหู่ ลีซู และม้ง) ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ดำเนินการโดยนักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อเก็บรวบรวมองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม จัดทำหนังสือภาพถ่ายพร้อมคำบรรยายทางวัฒนธรรมของพื้นที่พหุวัฒนธรรม และจัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนนำเสนอข้อมูลพื้นที่พหุวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในภายหลังพื้นที่ที่ได้กำหนดไว้นั้นไม่สามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมได้ เนื่องจากข้อจำกัดของระยะห่างของแต่ละหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้ดำเนินโครงการจึงได้มีการระบุพื้นที่ใหม่ โดยอยู่ในอำเภอและจังหวัดเดียวกัน ซึ่งก็คือ ชุมชนพหุวัฒนธรรม (ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน) บ้านหนองแขม ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่มีการอยู่ร่วมกันของ 4 กลุ่มชาติพันธุ์อันได้แก่ ลีซู ลาหู่ ไทใหญ่ และจีน ซึ่งมีความหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม ปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4 กลุ่มอยู่ร่วมกัน โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมเดิมของแต่ละกลุ่ม อาทิ ความเชื่อที่เกี่ยวกับบรรพบุรุษ การประกอบประเพณีพิธีกรรมตามวาระสำคัญ อย่างไรก็ดี พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนับถือศาสนา การแลกรับปรับเปลี่ยนระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และการได้รับอิทธิพลจากภายนอกชุมชน&nbsp;</p>"		ลาหู่, ลีซู, กลุ่มชาติพันธุ์, พหุวัฒนธรรม, เชียงใหม่		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=228	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/371-cover.jpg
901	229	อื่นๆ	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
902	229	วารสาร	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
903	229	บทความ	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
904	229	วิทยานิพนธ์	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
905	229	รายงานงานวิจัย	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
906	229	รายงาน	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
907	229	หนังสือ	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
908	229	จุลสาร	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
909	229	สูจิบัตร	นิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<div>
	พื้นที่ชุมชนชาวปกาเกอะญอ หมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ภาคสนามที่นักศึกษาสาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้เข้าไปฝึกปฏิบัติการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวัฒนธรรมเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าวไว้เป็นจำนวนมากและเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งประกอบไปด้วย ข้อมูลแผนที่หมู่บ้าน ข้อมูลผังเครือญาติ ข้อมูลปฏิทินชุมชน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนในมิติต่าง ๆ ทั้งการอพยพ เศรษฐกิจ สาธารณูปโภค การศึกษา ความเชื่อและศาสนา ข้อมูลภูมิปัญญาและปราชญ์ชาวบ้านในประเด็นต่าง ๆ เช่น ประเพณี&nbsp; สถาปัตยกรรม การฟ้อนดาบ ด้วยความพร้อมของข้อมูลที่กล่าวมาจึงนำมาสู่แนวคิดในการจัดการข้อมูลภาคสนาม ภายใต้โครงการนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบันชุมชนชาวปกาเกอะญอในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ เพื่อจัดการเรียบเรียงและตรวจสอบความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรมของชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอโดยการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน และเพื่อจัดทำนิทรรศการและหนังสือชุดประวัติศาสตร์และพลวัตวัฒนธรรม: จากอดีตสู่ปัจจุบัน ชุมชนชาวปกาเกอะญอ ในหมู่บ้านแม่ขะปู (เปียง)&nbsp;</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, วัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์ชุมชน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=229	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/372-cover.jpg
910	230	อื่นๆ	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
911	230	วารสาร	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
912	230	บทความ	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
913	230	วิทยานิพนธ์	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
914	230	รายงานงานวิจัย	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
915	230	รายงาน	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
916	230	หนังสือ	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
917	230	จุลสาร	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
918	230	สูจิบัตร	&quot;ปาสะโฮโพ&quot; รักวิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนสันโป่ง		"<div>
	ชุมชนบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เป็นชุมชนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ซึ่งประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นหลักและมีการทำไร่หมุนเวียน ปลูกพืชผักสวนครัวตามฤดูกาล และเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือนมากกว่าการค้าขายรวมถึงมีวัฒนธรรม ภาษาพูด การแต่งกายที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชาวปกาเกอะญอ นอกจากนี้ยังมีพิธีกรรมและความเชื่อที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนซึ่งมีอยู่หลากหลายพิธี หากแต่ปัจจุบันกลับพบว่าพิธีกรรมและวิถีการดำรงชีวิตของชาวปกาเกอะญอบ้านสันโป่ง ตำบลเสริมกลาง อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง&nbsp; คลี่คลายลงเนื่องด้วยมีการเปิดรับวัฒนธรรมจากภายนอกชุมชนมากขึ้น ทำให้พิธีกรรมดั้งเดิมที่เป็นความเชื่อของคนในชุมชนได้ลดบทบาทลงไป จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการหลงลืมทางพิธีกรรมดั้งเดิม จากปรากฏการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นจึงทำให้พิธีกรรมความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอบ้านสันโป่งไม่ได้รับความสนใจในการเข้าร่วมจากกลุ่มเด็กและเยาวชนมากนัก อีกทั้งไม่เข้าใจแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาวปกาเกอะญอที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้ รวมถึงทัศนคติของเด็กและเยาวชนก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมภายนอก ดังนั้นเพื่อให้เยาวชนและชุมชนได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของพิธีกรรมมีความเข้าใจในรากเหง้า ความเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม ตลอดจนมีการศึกษาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของชุมชนซึ่งถือเป็นมรดกทางพิธีกรรมที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และรักษาให้คงอยู่นั้น จึงได้จัดทำโครงการ &ldquo;ปาสะโฮโพ&rdquo; รักษ์วิถีปกาเกอะญอ ร่วมสานต่อพิธีกรรมของคนบ้านสันโป่งขึ้นเพื่อการสืบสานและอนุรักษ์มรดกทางพิธีกรรมของชุมชน ทั้งพิธีกรรมทางครอบครัว พิธีกรรมทางเกษตรและพิธีกรรมในชุมชน&nbsp; &nbsp;</div>"		ปกาเกอะญอ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิธีกรรม, ความเชื่อ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=230	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/373-cover.jpg
919	231	อื่นๆ	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
920	231	วารสาร	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
921	231	บทความ	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
922	231	วิทยานิพนธ์	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
923	231	รายงานงานวิจัย	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
924	231	รายงาน	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
925	231	หนังสือ	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
926	231	จุลสาร	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
927	231	สูจิบัตร	การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าสมุนไพรชุมชนสู่อุทยานการเรียนรู้สินไซ: กรณีศึกษาสวนป่าดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสน (สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9) บ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น		"<p>
	ชุมชนบ้านห้วยหว้า ตำบลโนนฆ้อง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์ลาวในอีสานอีกชุมชนหนึ่ง ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีฮีตสิบสอง-คองสิบสี่ไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังคงปฏิบัติตามคติความเชื่อดั้งเดิมในการบูชาผีปู่ตา โดยการจัดแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนทางด้านทิศทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของดอนปู่ตาโดยมีเจ้าปู่คำแสน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีปู่ตาหลักในการปกปักรักษาและคุ้มครองชาวบ้านห้วยหว้า แต่ด้วยระยะเวลาที่ล่วงเลย สถานที่แห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างขาดการบำรุงรักษา เช่นเดียวกับศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน หมอลำกลอนสินไซที่ไม่ได้รับการเหลียวแลและอนุรักษ์ ซึ่งในอดีตนั้นบ้านห้วยหว้าเคยมีคณะหมอลำสินไซและหมอลำเพลินในหมู่บ้านถึง 5 คณะ ถึงแม้ปัจจุบันนี้ทุกคณะจะได้ยุบคณะไปแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันได้เกิดการรวมกลุ่มหมอลำสินไซภายในหมู่บ้านในนาม&nbsp; &ldquo;กลุ่มอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรมหมอลำสินไซ&rdquo; โดยวรรณกรรมสินไซถือเป็นสุดยอดแห่งวรรณกรรมของคนลาวและคนลาวในอีสานสมัยก่อน ที่ได้รับการบอกเล่าสืบทอดต่อๆ กันมานับหลายร้อยปี ถือเป็นจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในการบอกเล่าเรื่องราวธรรมมะทางพระพุทธศาสนาผ่านวรรณกรรม นับว่าเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาติพันธุ์ลาวที่ได้สะท้อนหลักธรรมคำสอนเอาไว้และส่งต่อให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้&nbsp; จากสภาพการณ์ที่กล่าวจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูดอนปู่ตาเจ้าปู่คำแสนให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์และสามารถพัฒนาเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ ของชาวบ้านห้วยหว้าและเป็นศูนย์รวมความศรัทธาแห่งความเชื่อดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวในอีสาน ให้ยังคงดำรงอยู่ต่อไป</p>"		การอนุรักษ์, กลุ่มชาติพันธุ์, วรรณกรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=231	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/374-cover.jpg
928	232	อื่นๆ	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
929	232	วารสาร	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
930	232	บทความ	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
931	232	วิทยานิพนธ์	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
932	232	รายงานงานวิจัย	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
933	232	รายงาน	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
934	232	หนังสือ	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
935	232	จุลสาร	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
936	232	สูจิบัตร	มันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง		"<p>
	&ldquo;มันนิ&rdquo; กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสตูล ชาวมันนิส่วนมากยังคงดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ การทำมาหากินของมันนิยังคงอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวได้หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งพวกเขาต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าร่วมกับชาวบ้านเพราะแหล่งอาหารและปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่าเริ่มลดลงจากกระแสการพัฒนาแนวใหม่ โครงการมันนิภูบรรทัดในกระแสความเปลี่ยนแปลง จึงดำเนินกิจกรรมขึ้นเพื่อเรียนรู้เข้าใจเรื่องราวของชาวมันนิ กิจกรรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรก เป็นการศึกษาถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันนิในพื้นที่ศึกษา ส่วนที่สอง เป็นการจัดสัมมนาวิชาการในลักษณะของนิทรรศการเคลื่อนที่นำเสนอชีวิตเรื่องราวของชาวมันนิให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพื่อการนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต</p>"		มันนิ, กลุ่มชาติพันธุ์, วิถีชีวิต, นิทรรศการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=232	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/375-cover.jpg
937	233	อื่นๆ	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
938	233	วารสาร	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
939	233	บทความ	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
940	233	วิทยานิพนธ์	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
941	233	รายงานงานวิจัย	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
942	233	รายงาน	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
943	233	หนังสือ	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
944	233	จุลสาร	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
945	233	สูจิบัตร	ค่ายวิชาการบูรณาการโบราณคดี ครั้งที่ 6		"<p>
	ค่ายวิชาการโบราณคดีครั้งที่ 6 ตอน จับเกรียงเกี่ยวข้าว ร้องเล่าเมืองสุพรรณ จัดทำขึ้นโดยคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน 2562 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีรูปแบบกิจกรรมเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาเรียนรู้และเก็บข้อมูลทางวิชาการผ่านหลักฐานโบราณคดี ภายในวัดศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง โบราณสถานหมายเลข 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย และเก็บข้อมูลผ่านการลงพื้นที่สังเกตการณ์วิถีชาวบ้านพื้นถิ่นในตลาดเก้าห้อง ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวและวัฒนธรรมพื้นถิ่น โดยใช้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีทางโบราณคดี เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า มรดกวัฒนธรรม และสามารถสืบสานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามได้</p>"		โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, แหล่งโบราณคดี, ค่ายวิชาการ		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=233	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/376-cover.jpg
946	234	อื่นๆ	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
947	234	วารสาร	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
948	234	บทความ	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
949	234	วิทยานิพนธ์	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
950	234	รายงานงานวิจัย	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
951	234	รายงาน	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
952	234	หนังสือ	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
953	234	จุลสาร	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
954	234	สูจิบัตร	ชาวโอรังอัสลี ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย		"<div>
	โอรังอัสลีในจังหวัดยะลาและนราธิวาสอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของเทือกเขาสันกะลาคีรี ซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดใหญ่ คาบสมุทรมลายูหรือแหลมมลายู ชาวมลายูในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกเทือกเขาสันกาลาคีรีในภาษามลายูว่า &quot;บูกิตบือชา&quot; และในงานศึกษานี้พื้นที่ศึกษาเกือบทั้งหมดอยู่ในอุทยานแห่งชาติบางลางและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลาและบางส่วนอยู่ในพื้นที่ชุมชนรอบป่า ซึ่งโอรังอัสลีมีความสัมพันธ์ในสภาพแวดล้อมตนเองอย่างเข้มข้นพวกเขาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการยังชีพเพื่อความอยู่รอด สามารถพัฒนาความเชี่ยวชาญจากสังคมล่าสัตว์และเก็บหาของป่าเข้าสู่โลกทันสมัยหลากหลายมิติ จากสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์แวดล้อมด้วยสรรพสัตว์ พรรณไม้ ภายหลังรัฐบาลไทยได้สร้างเขื่อนบางลางทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการลดลงของความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนเข้าสู่ใจกลางป่า เส้นทางเรือที่เปิดให้คนเดินทางเข้าพื้นที่ แต่กระนั้นแม้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปพวกเขาจำนวนหนึ่งก็สามารถปรับตัวกับการอาศัยในสภาพแวดล้อมระบบนิเวศทางน้ำ ค้นพบการหาที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ร่อนเร่ตามเกาะแก่งต่าง ๆ และใช้เรือเคลื่อนที่เร็วเพื่อรับจ้างทำงานเป็นอาชีพ</div>
<div>
	&nbsp;</div>"		โอรังอัสลี, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, อัตลักษณ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=234	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/377-cover.jpg
955	235	อื่นๆ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
956	235	วารสาร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
957	235	บทความ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
958	235	วิทยานิพนธ์	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
959	235	รายงานงานวิจัย	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
960	235	รายงาน	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
961	235	หนังสือ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
962	235	จุลสาร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
963	235	สูจิบัตร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนจังหวัดตากและจังหวัดกำแพงเพชร ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	ลักษณะวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ศึกษา โครงการวิจัย &ldquo;พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ในเขตตอนบนของจังหวัดตากและกำแพงเพชร&rdquo; มีความซับซ้อนระหว่างพลวัตที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์&nbsp; การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากการพัฒนาโดยเฉพาะตั้งแต่การสร้างเขื่อนภูมิพลที่อำเภอสามเงา&nbsp; จังหวัดตาก&nbsp; เป็นต้นมา&nbsp; ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลกระทบทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้มีการอพยพข้ามแดนของชาวกะเหรี่ยงและการตั้งศูนย์อพยพในฝั่งประเทศไทยตามแนวจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน&nbsp; ทำให้เห็นผลกระทบต่อแบบแผนภูมิปัญญาอย่างสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่เผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทั้งเกี่ยวข้องกับป่าและพื้นราบ&nbsp; รวมถึงความเชื่อที่ทำให้เกิดการแบ่งกลุ่มที่แตกต่าง&nbsp; เป็นผลมาจากกระบวนการทางประวัติศาสตร์สังคมที่ผ่านมา&nbsp; ตลอดจนเงื่อนไขทางการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองที่ต้องต่อรองกับปัญหาที่ทำกินและการตั้งถิ่นฐานจากผลของการพัฒนาและนโยบายที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย&nbsp; ปัญหาของกะเหรี่ยงในพื้นที่นี้จึงมีลักษณะซับซ้อน&nbsp; และเป็นประเด็นมีความน่าสนใจที่ควรทำการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกลุ่มนี้</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง,แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=235	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/378-cover.jpg
964	236	อื่นๆ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
965	236	วารสาร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
966	236	บทความ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
967	236	วิทยานิพนธ์	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
968	236	รายงานงานวิจัย	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
969	236	รายงาน	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
970	236	หนังสือ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
971	236	จุลสาร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
972	236	สูจิบัตร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	งานศึกษาวิจัยชิ้นนี้ได้สำรวจและศึกษาชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี อุทัยธานีและจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2561 ถึง สิงหาคม 2562 โดยใช้วิธีการศึกษาทางชาติพันธุ์วรรณนา การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมในพิธีกรรมสำคัญของชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นว่า พลวัตของชุมชนกะเหรี่ยงในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้ผลกระทบของการพัฒนาทั้งเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้ การออกกฎหมายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องป่าไม้และที่ดินที่กระทบต่อสิทธิและความเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ การเปลี่ยนแปลงในด้านวิถีการผลิตจากการทำไร่หมุนเวียนสู่การปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมกะเหรี่ยงที่มีความแตกต่างกัน ภายใต้ลัทธิทางความเชื่อทางศาสนาหรือลัทธิเจ้าวัด ทั้งความเชื่อเรื่องด้ายเหลือง ด้ายขาวและกินน้ำสุก ในชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรีและอุทัยธานี มีลัทธิเจ้าวัดถือเป็นศูนย์กลางทางความเชื่อและความรู้ทางประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนกะเหรี่ยง การปรับตัวภายใต้วิถีของการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชนกะเหรี่ยงบริเวณแนวกันชนห้วยขาแข้ง ในขณะที่ชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดนครสวรรค์ไม่ปรากฏชุมชนกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่หลงเหลืออยู่ มีเพียงกะเหรี่ยงนอกหรือกะเหรี่ยงที่มาจากฝั่งพม่าที่เข้ามาทำงานในจังหวัดนครสวรรค์และการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในการจัดงานเชิงวัฒนธรรม การผูกข้อมือกะเหรี่ยง ที่เป็นงานเชิงวัฒนธรรมและเชิงการเมืองที่สำคัญของชาวกะเหรี่ยงบนแผ่นดินข้ามแดน</p>"		พลวัต, ชุมชนชาติพันธุ์, กลุ่มชาติพันธุ์, กะเหรี่ยง, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=236	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/379-cover.jpg
973	237	อื่นๆ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
974	237	วารสาร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
975	237	บทความ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
976	237	วิทยานิพนธ์	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
977	237	รายงานงานวิจัย	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
978	237	รายงาน	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
979	237	หนังสือ	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
980	237	จุลสาร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
981	237	สูจิบัตร	พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ชุดโครงการศึกษาวิจัยพลวัตของชุมชนชาติพันธุ์เพื่อการสร้างแผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต ปีที่ 1 (พ.ศ. 2562)		"<p>
	โครงการวิจัย พลวัตชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทย ระยะที่ 1 พื้นที่ศึกษาสามจังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรีและเพชรบุรี ที่มีบริบทแวดล้อมของพื้นติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อันส่งผลกระทบในหลายมิติทั้งต่อการตั้งถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย และการเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากร สังคมและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงจากอดีตเรื่อยมากระทั่งปัจจุบัน เช่น ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ &ldquo;กะเหรี่ยงไทย&rdquo; หรือ &ldquo;ไทยกะเหรี่ยง&rdquo; ดำเนินไปในลักษณะคู่ขนานกับบริบทการเมืองของพม่าหรือเมียนมาร์มาช้านาน ภาพลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงภาคตะวันตกของไทยปรากฏปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จาก &ldquo;ผู้อพยพพลัดถิ่น&rdquo; มาพำนักอาศัยเคลื่อนสู่ลักษณะ &ldquo;คนพื้นเมืองพื้นถิ่น&rdquo; บางชุมชนผสมผสานกลืนกลายเป็นไทยทั้งทางพลเมืองและทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน &ldquo;ความเป็นกะเหรี่ยง/กะหร่าง&rdquo; ปรากฏอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการธำรงชาติพันธุ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างชุมชนเป็นเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่ขยายตัวออกไป</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, ชุมชนชาติพันธุ์, คนพลัดถิ่น, แผนที่วัฒนธรรมมีชีวิต		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=237	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/380-cover.jpg
982	238	อื่นๆ	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
983	238	วารสาร	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
984	238	บทความ	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
985	238	วิทยานิพนธ์	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
986	238	รายงานงานวิจัย	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
987	238	รายงาน	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
988	238	หนังสือ	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
989	238	จุลสาร	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
990	238	สูจิบัตร	ลักษณะเฉพาะของลูกปัดแก้วยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและสมัยทวารวดีจากแหล่งโบราณคดีในภาคกลางของประเทศไทย (ปีที่ 2)		"<p>
	ลูกปัดแก้วจัดเป็นหนึ่งในสินค้าที่ส่งออกแพร่หลายไปทั่วโลก โดยมีอินเดียเป็นศูนย์กลางใหญ่ในการผลิตและส่งออกลูกปัดนานาชนิด ประเทศไทยพบลูกปัดแก้วในแหล่งโบราณคดีตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายทั่วทุกภูมิภาค มีสีสัน และรูปทรงที่หลากหลาย ลูกปัดแก้วเหล่านี้มิได้มีประโยชน์ในฐานะเครื่องประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความรู้ทางเทคโนโลยีของมนุษย์ วิถีชีวิตคนในชุมชน ความเชื่อ และการค้าขายของผู้คนในช่วงสมัยดังกล่าว การศึกษาวิจัยนี้มีขอบเขตการศึกษาในช่วงยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องจนถึงสมัยทวารวดี บริเวณพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เนื่องจากในช่วงสมัยและพื้นที่ศึกษาพบแหล่งโบราณคดีที่มีลูกปัดแก้วจำนวนมาก อีกทั้งเพื่อศึกษาคุณลักษณะต่างๆ ทั้งทางกายภาพและคุณลักษณะทางเคมี องค์ความรู้เรื่องการค้าของผู้คนในสมัยโบราณ และเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		โบราณวัตถุ, มรดกวัฒนธรรม, แหล่งโบราณคดี, ลูกปัดแก้ว		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=238	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/381-cover.jpg
991	239	อื่นๆ	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
992	239	วารสาร	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
993	239	บทความ	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
994	239	วิทยานิพนธ์	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
995	239	รายงานงานวิจัย	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
996	239	รายงาน	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
997	239	หนังสือ	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
998	239	จุลสาร	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
999	239	สูจิบัตร	การศึกษาภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว		"<p>
	กลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งในอาเซียนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เดิมมีถิ่นฐานพำนักอาศัยอยู่ในเมืองเชียงตุง หัวเมืองใหญ่ทางตะวันออกของที่ราบสูงฉาน ในช่วงระยะหลายร้อยปีที่ผ่านมาได้มีการอพยพ เคลื่อนย้าย และตั้งถิ่นฐานเพื่อพำนักอยู่อาศัยอยู่กระจัดกระจายตามพื้นที่ในเมืองเล็กเมืองน้อย รวมไปจนถึงพื้นที่ของสิบสองพันนา โดยการตั้งถิ่นฐานปัจจุบันพบว่าอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และในภาคเหนือของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ในด้านภูมิปัญญาชาวไทขึนมีภูมิปัญญาด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะใช้การรักษาแบบท้องถิ่นหรือแบบพื้นบ้าน ในลักษณะของการรักษาแบบองค์รวม โดยมีมุมมองต่อสุขภาพความเจ็บป่วยทางกายและทางจิตใจในลักษณะที่ไม่ได้แยกจากกัน ความเจ็บป่วยที่มีอาการต่างกันหรือเป็นโรคต่างกัน อาจจะมีสาเหตุเดียวกัน และมีวิธีการเยียวยารักษาแบบเดียวกัน โดยวิธีการเยียวยาความเจ็บป่วยอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งวิธี การรักษาความเจ็บป่วยของชาวไทขึนจึงต้องอาศัยความรู้ที่หลากหลายและมีความสัมพันธ์กันทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมวัฒนธรรม สภาพการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกปัจจุบันโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้มีบทบาทมาช่วยเยียวยารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพดังกล่าว กำลังจะถูกลืมเลือนและสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้อย่างดี สามารถนำมาพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัลภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพ และเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาการดูแลรักษาสุขภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ไทขึนในประเทศไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมต่อไป</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		ภูมิปัญญา, คลังข้อมูล, พิธีกรรม, กลุ่มชาติพันธุ์, ไทขึน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=239	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/382-cover.jpg
1000	240	อื่นๆ	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1001	240	วารสาร	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1002	240	บทความ	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1003	240	วิทยานิพนธ์	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1004	240	รายงานงานวิจัย	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1005	240	รายงาน	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1006	240	หนังสือ	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1007	240	จุลสาร	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1008	240	สูจิบัตร	พลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน		"<p>
	การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวนในหลายด้าน อันได้แก่ ด้านการศึกษาพลวัตและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการสื่อสารการรับรู้ข้อมูลต่างๆ กระแสความนิยม รวมถึงการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของไทยภาคบังคับ ซึ่งให้ผู้เข้าเรียนใช้ภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย มีการนำวัฒนธรรมของชาวพวนมาพัฒนากิจกรรมให้เกิดความโดดเด่นหรือการผลิตใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพปัจจุบันของแต่ละพื้นที่ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชาวไทยพวนให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ยอมรับจนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมขึ้น ส่วนในด้านการสืบทอดของกลุ่มชาติพันธุ์พวน พบว่า ชาวพวนรับรู้และมีสำนึกในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์พวนที่อพยพมาจากประเทศลาวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย มีการสร้างตัวตน และการยอมรับโดยการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านเครือข่ายทั้งในระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ</p>
<p>
	&nbsp;</p>"		พลวัต, กลุ่มชาติพันธุ์, พวน, วัฒนธรรม		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=240	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/383-cover.jpg
1009	241	อื่นๆ	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1010	241	วารสาร	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1011	241	บทความ	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1012	241	วิทยานิพนธ์	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1013	241	รายงานงานวิจัย	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1014	241	รายงาน	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1015	241	หนังสือ	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1016	241	จุลสาร	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1017	241	สูจิบัตร	ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อในจีน ลาว และไทย เล่มนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่มีพื้นที่เป้าหมายงานวิจัยคืออำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเก็บข้อมูลบางส่วนที่ชุมชนลื้อแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และชุมชนลื้อที่เมืองสิบสองปันนา มนฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลการวิจัยพบว่า ชาวลื้อทั้งสามประเทศมีการยึดโยงความสัมพันธ์กันบนฐานของความเป็นชาติพันธุ์ลื้อด้วยกัน มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านระบบเครือญาติ และเครือญาติโดยการสมรส ผ่านงานประเพณีและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และที่มาของคนลื้อแต่ละพื้นที่ ความเชื่อด้านผีบรรพบุรุษและสายสกุล รวมถึงผีบ้านและผีเมืองที่ชาวลื้อเคารพนับถือ มีบางส่วนที่มีการยึดโยงความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายอย่างเป็นทางการผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายการค้าขายและการทำธุรกิจ ในปัจจุบันปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยให้คนลื้อได้กระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้นแม้จะอยู่คนละประเทศคือการมีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ช่วยให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้เร็วและง่ายขึ้น</p>"		ลื้อ, กลุ่มชาติพันธุ์, สิบสองปันนา, ความสัมพันธ์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=241	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/384-cover.jpg
1018	242	อื่นๆ	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1019	242	วารสาร	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1020	242	บทความ	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1021	242	วิทยานิพนธ์	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1022	242	รายงานงานวิจัย	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1023	242	รายงาน	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1024	242	หนังสือ	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1025	242	จุลสาร	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1026	242	สูจิบัตร	พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีศึกษาแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยเรื่อง &ldquo;พัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในตลาดแรงงานอาเซียน: กรณีแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่&rdquo; เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาพัฒนาการการเคลื่อนย้ายแรงงานและการปรับตัวของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่ โดยมีพื้นที่ศึกษาในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่อำเภอเปียงหลวง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองตองยี รัฐฉาน ประเทศสหภาพเมียนมาร์ ผลการวิจัยพบว่า แรงงานไทใหญ่ที่เข้ามาทำงานในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งแรงงานถูกกฎหมายและแรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเหล่านี้พัฒนาการการเคลื่อนย้ายเข้ามาในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งในแต่ละยุคมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแตกต่างกัน ทั้งปัจจัยในประเทศสหภาพเมียนมาร์และปัจจัยในประเทศไทย</p>"		ไทใหญ่, กลุ่มชาติพันธุ์, แรงงานข้ามชาติ, อาเซียน		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=242	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/385-cover.jpg
1027	243	อื่นๆ	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1028	243	วารสาร	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1029	243	บทความ	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1030	243	วิทยานิพนธ์	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1031	243	รายงานงานวิจัย	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1032	243	รายงาน	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1033	243	หนังสือ	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1034	243	จุลสาร	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1035	243	สูจิบัตร	การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทยและ ลาว		"<p>
	โครงการ &ldquo;การปรับตัวในมิติความเชื่อและพิธีกรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และลาว&rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะในประเทศไทย และประเทศลาว ศึกษาเปรียบเทียบด้านการปรับตัวให้เข้ากับบริบททางสังคมปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ มีการปรับตัวไปตามพื้นที่อยู่อาศัย เช่น กลุ่มที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ราบใกล้กับชุมชนเมืองเชียงใหม่ปรับตัวได้รวดเร็ว มีความกลมกลืนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่ผสมผสานกันอย่างหลากหลายจนแยกไม่ออกเมื่อดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนเมือง มีความพยายามในการรวมกลุ่มเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยการใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยุคตำนานสร้างเครือข่ายขึ้น ขณะเดียวกันการปรับตัวด้านความเชื่อและพิธีกรรม มีปัจจัยที่เอื้อต่อกันในการปรับลด เพิ่ม และคงที่ในสิ่งที่สืบทอดมา คือ ปัจจัยในการลดจำนวนผีที่เลี้ยงลงเนื่องจากการรับเอาพุทธศาสนาเข้ามาในชุมชน การยกเลิกใช้เครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างที่เคยจำเป็นในอดีตเนื่องจากมีสิ่งทดแทนที่ทันสมัยกว่า ประกอบกับความเจริญด้านการรักษาพยาบาล การคมนาคมขนส่ง การศึกษา ขณะเดียวกันในทางตรงกันข้ามการโหยหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่ออธิบายภูมิหลังความเป็นมา สร้างอัตลักษณ์และตัวตนของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะทำให้เกิดการสร้างประเพณีพิธีกรรมขึ้นใหม่ผ่านตำนานเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์และยอมรับในความเป็นลัวะและแสดงออกทางอัตลักษณ์มากขึ้น</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ลัวะ, ความเชื่อ, พิธีกรรม, วิถีชีวิต, ประวัติศาสตร์		4 มิถุนายน พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=243	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/386-cover.jpg
1036	244	อื่นๆ	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1037	244	วารสาร	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1038	244	บทความ	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1039	244	วิทยานิพนธ์	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1040	244	รายงานงานวิจัย	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1041	244	รายงาน	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1042	244	หนังสือ	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1043	244	จุลสาร	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1044	244	สูจิบัตร	ประมวล 10 ผลงานสำคัญของ 10 นักมานุษยวิทยา		"<p>
	มานุษยวิทยา (Anthropology) เป็นสาขาวิชาอันเกี่ยวข้องกับการศึกษามนุษย์ หากขอบเขตของมานุษยวิทยาค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมของสังคมโบราณดั้งเดิมจนถึงสังคมร่วมสมัย วงการมานุษยวิทยาแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ในยุคแรกเริ่มบุกเบิกโดยนักมานุษยวิทยาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา นำโดย Sir Edward Burnett Tylor และ Franz Boas ซึ่งได้กรุยทางการศึกษามานุษยวิทยาให้เป็นสาขาวิชาที่เข้มแข็งจวบจนปัจจุบัน ถัดจากนักมานุษยวิทยาสองท่านในรุ่นบุกเบิกแล้ว&nbsp; &ldquo;ประมวล 10 ผลงานของ 10 นักมานุษยวิทยา&rdquo; ได้พิจารณาจากผลงาน ชื่อเสียงที่ถูกกล่าวขานเป็นที่รู้จักในแวดวงวิชาการมานุษยวิทยาไทย กอปรกับคุณูปการทางวิชาการอันเป็นที่ประจักษ์และได้รับความนิยมในการอ้างอิงถึงเป็นสำคัญอีก 8 ท่าน นอกจากนั้นแล้ว ยังผนวกรวมนักคิดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงทางสังคมศาสตร์ในโลกตะวันตกชาวฝรั่งเศส 2 ท่านรวมเข้ามาด้วย ได้แก่ มิเชล ฟูโกต์&nbsp; (Michel Foucault, 1926 -1984) และ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu, 1930 &ndash; 2002) ด้วยพิจารณาว่าผลงานทางวิชาการของทั้งสองส่งผลต่อการนำแนวความคิดเชิงทฤษฎียุคหลังโครงสร้างนิยมได้ถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าของนักวิชาการและนักศึกษามานุษยวิทยาไทยอย่างกว้างขวาง ดังนั้นจึงนำเสนอ 10 นักมานุษยวิทยาตามยุคสมัยและลำดับเวลาของแต่ละคน ด้วยประวัติโดยสังเขป และแนะนำผลงานหนังสือ บทความ งานรวบรวมผลงานเขียนที่เลือกสรรมา และหนังสือที่เขียนถึงหรือเกี่ยวข้องกับแต่ละท่าน ทั้งในเชิงประวัติส่วนตัว คุณูปการทางวิชาการ และสังคม รวมผลงานการเฉลิมฉลองในวาระพิเศษ หรือรวมผลงานฉบับผู้อ่านทั่วไป</p>"		มานุษยวิทยา, นักมานุษยวิทยา, สังคมศาสตร์		29 ตุลาคม พ.ศ. 2563	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=244	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/198-cover.jpg
1045	245	อื่นๆ	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1046	245	วารสาร	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1047	245	บทความ	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1048	245	วิทยานิพนธ์	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1049	245	รายงานงานวิจัย	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1050	245	รายงาน	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1051	245	หนังสือ	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1052	245	จุลสาร	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1053	245	สูจิบัตร	ถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553		"<div>
	โครงการถอดบทเรียนพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ได้มีการศึกษาใน 4 พื้นที่ ประกอบด้วย 1) บ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย 2) บ้านจะแก หมู่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 3) บ้านหนองมณฑา (มอวาคี) ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ และ 4) บ้านเลตองคุ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ผลการศึกษาพบว่า ในอดีตพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความโดดเด่นในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์กะเหรี่ยง อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจของชาวบ้านในชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ ต่อความหมายของการประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ กลุ่มแรก รับรู้และเข้าใจความหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชนที่ทํางานใกล้ชิดกับหน่วยงานของรัฐ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ไม่เคยรับรู้และไม่เข้าใจความหมาย หรือเคยได้ยินบ้างแต่ไม่รับรู้ความหมาย และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษเพราะไม่ รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเขา แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่หลังการประกาศให้เป็นพื้นที่นําร่องเขตวัฒนธรรมพิเศษ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ควรต้องมีแนวทางที่แตกต่างกันไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของพื้นที่ทั้ง 4 แห่ง มีความแตกต่างกัน คือบ้านห้วย หินลาดในเป็นพื้นที่ซึ่งชุมชนมีความเข้มแข็งในการรักษาอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยงที่มีมาตั้งแต่อดีต บ้านจะแกเป็นพื้นที่ซึ่งเริ่มมีปัญหาการคุกคามอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนบ้านหนองมณฑาและบ้านเลตองคุเป็นพื้นที่ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไปค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการได้รับประกาศเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ&nbsp;</div>"		กะเหรี่ยง, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, ชาติพันธุ์		4 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=245	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/387-cover.jpg
1054	246	อื่นๆ	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1055	246	วารสาร	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1056	246	บทความ	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1057	246	วิทยานิพนธ์	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1058	246	รายงานงานวิจัย	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1059	246	รายงาน	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1060	246	หนังสือ	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1061	246	จุลสาร	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1062	246	สูจิบัตร	นัยสำคัญของ &quot;พื้นที่คุ้มครอง&quot; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)		"<p>
	โครงการ &ldquo;นัยสําคัญของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คน พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทาง ชีวกายภาพ (ระยะที่ 1)&rdquo; ศึกษาข้อถกเถียงว่าด้วยผลกระทบของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ต่อวิถีชีวิตของผู้คนพื้นถิ่น พรรณพืช พรรณสัตว์ และภูมิทัศน์ทางชีวกายภาพ ด้วยกรอบการทําความเข้าใจเชิงเปรียบเทียบข้ามสังคม วัฒนธรรม โดยแบ่งวิธีการศึกษาออกเป็นสองส่วนคือ การวิจัยเอกสาร และ การศึกษาภาคสนามเชิงชาติพันธุ์ วรรณนา โครงการวิจัยนี้นําเสนอเนื้อหาหลัก 3 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ทบทวนความสําคัญของข้อถกเถียง เกี่ยวกับการศึกษาพื้นที่คุ้มครองในทางมานุษยวิทยา ประเด็นที่สอง นําเสนอพัฒนาการอย่างย่อของแนว การศึกษา &ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&rdquo; โดยจัดวางการทําความเข้าใจลงบนข้อถกเถียงว่าด้วยการแบ่งยุคสมัยทาง ประวัติศาสตร์ของยุคสมัยปัจจุบัน และประเด็นที่สาม นําเสนอประวัติศาสตร์วิธีคิดของ &ldquo;พื้นที่คุ้มครอง&rdquo; ทั้งใน ฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม นิเวศวิทยา และประวัติศาสตร์ และทั้งพื้นที่ศึกษาทางวิชาการ&nbsp;</p>"		พื้นที่คุ้มครอง, นิเวศวิทยาการเมือง, ชาติพันธุ์		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=246	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/388-cover.jpg
1063	247	อื่นๆ	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1064	247	วารสาร	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1065	247	บทความ	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1066	247	วิทยานิพนธ์	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1067	247	รายงานงานวิจัย	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1068	247	รายงาน	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1069	247	หนังสือ	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1070	247	จุลสาร	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1071	247	สูจิบัตร	แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี		"<p>
	การศึกษาเรื่อง &ldquo;แนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น ตําบลทองหลาง อําเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี&rdquo; มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เชิงพื้นที่ วิถีชีวิตวัฒนธรรม และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง รัฐกับชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เพื่อศึกษาวิเคราะห์และถอดบทเรียนรูปแบบการจัดการความขัดแย้งเชิง สร้างสรรค์ด้านการจัดการทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านภูเหม็น ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 และเพื่อเสนอแนวทางการจัดการเขตพื้นที่ทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านภูเหม็น เป็นชุมชนดั้งเดิมมีประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานมาอย่างยาวนาน ในอดีตทําเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ปัจจุบันเหลือเพียงการทําไร่ข้าว นับถือ &ldquo;เจ้าวัด&rdquo; ซึ่งเป็นผู้นําทางจิตวิญญาณ มีสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน ที่มีผลจากการประกาศป่าสงวนแห่งชาติ สวนป่า และวนอุทยานทับที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยของชุมชนที่เคยอาศัยอยู่มาก่อน จากการศึกษา พบว่า แนวทางการจัดการที่ดินทํากิน ที่อยู่อาศัย และการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรม ควรบริหารจัดการในรูปแบบพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม หรือ พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ โดย กําหนดแนวเขตรอบนอกให้ชัดเจน ภายในให้จัดโซนพื้นที่อย่างละเอียดทั้งพื้นที่การใช้ประโยชน์ และพื้นที่อนุรักษ์ แล้วร่วมกันบริหารจัดการร่วมกัน ตามมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553&nbsp;</p>"		กะเหรี่ยง, กลุ่มชาติพันธุ์, โผล่ว, พื้นที่วัฒนธรรมพิเศษ		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=247	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/389-cover.jpg
1072	248	อื่นๆ	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1073	248	วารสาร	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1074	248	บทความ	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1075	248	วิทยานิพนธ์	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1076	248	รายงานงานวิจัย	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1077	248	รายงาน	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1078	248	หนังสือ	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1079	248	จุลสาร	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1080	248	สูจิบัตร	การวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์		"<p>
	โครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์และนโยบายชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นโครงการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อสำรวจกรณีศึกษาจากประเทศต่างๆ ทั้งระบบกฎหมายและนโยบายส่งเสริมคุ้มครองสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศ รวมถึงกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของบรรดาชนเผ่าพื้นเมืองโดยสังเขป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นแนวทางพิจารณาประกอบยกร่างกฎหมายให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;</p>"		กลุ่มชาติพันธุ์, ชนเผ่าพื้นเมือง, กฎหมาย, นโยบาย		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=248	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/390-cover.jpg
1081	249	อื่นๆ	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1082	249	วารสาร	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1083	249	บทความ	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1084	249	วิทยานิพนธ์	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1085	249	รายงานงานวิจัย	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1086	249	รายงาน	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1087	249	หนังสือ	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1088	249	จุลสาร	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1089	249	สูจิบัตร	เวทีวิชาการสาธารณะ &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานสู่การขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในเทศไทย		"<p>
	เวทีวิชาการสาธารณะเรื่อง ความเข้าใจประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; สานพลังสู่การขับเคลื่อนงานนโยบายและสนับสนุนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย เป็นการเปิดพื้นที่วิชาการสาธารณะในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็น &quot;ชนเผ่าพื้นเมือง&quot; ร่วมกัน โดยการนำเสนอจักรวาลวิทยา (cosmology) ที่ได้นำเอาวิธีการวิทยาทางมานุษยวิทยาที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อและประวัติศาสตร์ นำไปสู่การสร้างกฏ กติกา และจารีตประเพณี&nbsp; ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม และวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการเปิดประตูและหน้าต่าง ทำให้เข้าใจและมองเห็น ความสัมพันธ์ในมิติต่างๆ อย่างเป็นพลวัตของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อบริบททางสังคมและวัฒนธรรม ที่เขาอาศัยอยู่ และดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงทางสังคม สร้างทางเลือกใหม่ ความเข้มแข็ง วิธีคิดและภูมิปัญญาในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ในเวทีครั้งนี้ ยังเป็นพื้นที่ในการทำความเข้าใจประเด็นเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมืองในบริบทของประเทศไทยที่ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผู้แทนในประเทศไทยได้ร่วมขับเคลื่อนขบวนชนเผ่าพื้นเมืองในระดับภูมิภาคและนานาชาติ</p>"		ชนเผ่าพื้นเมือง, กลุ่มชาติพันธุ์, กฎหมาย, นโยบาย, จักรวาลวิทยา		5 พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=249	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/391-cover.jpg
1090	252	อื่นๆ	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1091	252	วารสาร	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1092	252	บทความ	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1093	252	วิทยานิพนธ์	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1094	252	รายงานงานวิจัย	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1095	252	รายงาน	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1096	252	หนังสือ	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1097	252	จุลสาร	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1098	252	สูจิบัตร	พลวัตทางสังคมและวัฒนธรรมมุสลิมศึกษา		"<p>
	การทำบุญ-กินบุญ ของชาวมุสลิม เป็นพิธีกรรมที่มีการปฏิบัติกันเนื่องในวิถีชีวิตและโอกาสพิเศษต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการชุมนุม มีการเชิญแขกเหรื่อ ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องและคนในชุมชน โดยในส่วนของพิธีกรรมมีการร่วมกันอ่านบทสวดภาษาอาหรับที่บรรจงร้อยเรียงจากโองการต่าง ๆ ของพระคัมภีร์อัลกุรอาน การกล่าวรำลึกถึงพระเจ้า การสรรเสริญศาสดามุฮัมมัดและการขอดุอาต่อพระผู้เป็นเจ้า หลังจากส่วนของพิธีกรรมก็จะมีการเลี้ยงสำรับอาหารคาวหวานก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แนวคิดเรื่องการทำบุญ-กินบุญเชื่อมโยงกับมิติความเชื่อของศาสนาอิสลามในเรื่องการประกอบกรรมดี และการบริจาคเพื่อแสวงหาความความจำเริญและสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมชุมนุม เป็นการสะสมเสบียงความดีเพื่อให้รอดพ้นจากการลงโทษในโลกหลังความตายและวันพิพากษา อีกทั้งยังเชื่อว่าผลบุญที่กระทำนั้นสามารถส่งต่อโดยการตั้งเจตนาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วได้อีกด้วย จากการสำรวจเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างมีส่วนร่วมเพื่อศึกษาผ่านพิธีกรรมการทำบุญ-กินบุญของชาวมุสลิมเชื้อสายชวาและเชื้อสายมลายูในชุมชนแห่งนี้ ชี้ให้เห็นถึงพลวัตการเปลี่ยนแปลงในด้านของความเชื่อทางศาสนาและพิธีกรรม ทั้งการผสมผสานความเชื่อของศาสนาอิสลามแบบรหัสนัยนิยมกับความเชื่อท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการต่อรองและปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในบริบทของชุมชนเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังความวัฒนธรรมและความเชื่อทางศาสนาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังพบว่าอีกทั้งการทำบุญ-กินบุญเป็นเครื่องมือสำคัญในการธำรงอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ของตนเองผ่านภาษาและอาหารที่ใช้ประกอบในงานอีกด้วย</p>"		กินบุญ, ทำบุญ, ศาสนาอิสลาม, ชาวมุสลิม, พิธีกรรม, ประเพณี, พลวัตทางสังคมวัฒนธรรม, ชุมชนมัสยิดยะวา		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=252	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/394-cover.jpg
1099	254	อื่นๆ	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1100	254	วารสาร	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1101	254	บทความ	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1102	254	วิทยานิพนธ์	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1103	254	รายงานงานวิจัย	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1104	254	รายงาน	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1105	254	หนังสือ	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1106	254	จุลสาร	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1107	254	สูจิบัตร	ชาติพันธุ์วรรณาว่าด้วยภาษาในภาวะวิกฤตระยะสุดท้าย: ชอง ชอุ้ง กะซอง และซำเร (ระยะที่ 1)		"<p>
	ปัญหาภาวะวิกฤตของภาษา เป็นปัญหาที่สำคัญที่ได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสารในวิถีชีวิตของกลุ่มชนต่างๆ สำหรับประเทศไทยมีความหลากหลายด้านภาษาและวัฒนธรรมมากกว่า 70 กลุ่มภาษา จากการศึกษาพบภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญจำนวน 15 กลุ่ม ซึ่งในจำนวน 15 กลุ่มนี้ พบว่ามี 4 กลุ่มภาษาที่อยู่ใน &quot;ภาวะวิกฤตหนัก&quot; เป็นภาษาที่กฤตระยะสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มชอง กลุ่มกะซอง กลุ่มซำเร และกลุ่มชอุ้ง จัดเป็นภาษาที่อยู่ใสตระกูลออสโตรเอเชียติก สาขาเพียริก โดยโครงการวิจัยได้เลือกทำการศึกษาทั้ง 4 กลุ่มภาษา ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และกาญจนบุรี</p>"		ชอง, กะซอง, ซำเร, ชอุ้ง, ชาติพันธุ์		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=254	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/396-cover.jpg
1108	255	อื่นๆ	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1109	255	วารสาร	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1110	255	บทความ	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1111	255	วิทยานิพนธ์	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1112	255	รายงานงานวิจัย	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1113	255	รายงาน	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1114	255	หนังสือ	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1115	255	จุลสาร	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1116	255	สูจิบัตร	การศึกษาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน		"<p>
	จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีผู้คนหลากหลาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีไม่น้อยกว่า 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งถิ่นฐานกระจายตัวอยู่ในอำเภอต่างๆ ซึ่งอาจจำแนกออกเป็นกลุ่มสำคัญ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มชนพื้นเมือง กลุ่มไทพื้นราบและกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ ทว่าความคาดหวังที่พวกเขามีต่อพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์เป็นอันดับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ แต่เป็นเรื่องความสำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กลไกสำคัญในการจัดแสดงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม การรื้อฟื้นสืบสานภาษา ภูมิปัญญาความรู้ของบรรพชนที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>"		แม่ฮ่องสอน, ความเหลื่อมล้ำ, กลุ่มชาติพันธุ์, พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์, การมีส่วนร่วม		1 มิถุนายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=255	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/397-cover.jpg
1117	257	อื่นๆ	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1118	257	วารสาร	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1119	257	บทความ	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1120	257	วิทยานิพนธ์	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1121	257	รายงานงานวิจัย	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1122	257	รายงาน	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1123	257	หนังสือ	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1124	257	จุลสาร	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1125	257	สูจิบัตร	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย		"<p>
	การประชุมผู้นำเยาวชนอาเซียนเพื่อริเริ่มนโยบาย (YALPI) 2020 ก้าวสู่ปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &quot;พัฒนาบทบาทเยาวชนสู่ประชาคมแห่งการมีส่วนร่วมของอาเซียน&quot; โดยให้ความสำคัญกับ 3 หัวข้อหลัก คือ ความยุติธรรมทางสังคม การกระจายความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ในปี 2020 นี้มีตัวแทนเยาวชนเข้าร่วมจาก 14 ประเทศ ทั้งภายในและนอกภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์และพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งภายหลังข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ถูกส่งต่อให้กับกลุ่มองค์กร นักการเมือง และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;&nbsp;</p>"		อาเซียน, เยาวชน, นโยบาย		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=257	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1126	264	อื่นๆ	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1127	264	วารสาร	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1128	264	บทความ	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1129	264	วิทยานิพนธ์	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1130	264	รายงานงานวิจัย	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1131	264	รายงาน	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1132	264	หนังสือ	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1133	264	จุลสาร	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1134	264	สูจิบัตร	โครงการศึกษาสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่		"<p>
	โครงการวิจัยสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสื่อความหมายทางวัฒนธรรม ชุมชนปกาเกอะญอ ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ เป็นโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นระหว่างหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ในการนำข้อมูลที่เกิดจากการลงพื้นที่สำรวจสู่การต่อยอดสังเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นองค์ความรู้เบื้องต้นที่สามารถนำไปสู่การสื่อความหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมและยอมรับในทางวิชาการและโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนในชุมชน ด้วยเครื่องมือ 3 ชิ้น ได้แก่ ประวัติศาสตร์ชุมชน แผนที่เดินดิน และปฏิทินชุมชน ท้ายที่สุดจึงเกิดการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดการข้อมมูลชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ หมู่ที่ 6 และ 11 ต.สะเมิงใต้ จ.เชียงใหม่ อย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วม จนเกิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์การยืนยันความมีตัวตนและความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมในพื้นที่ เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสู่การบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชุมชนชาติพันธุ์</p>"		ชาติพันธุ์, ปกาเกอะญอ, วัฒนธรรม, เชียงใหม่		30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=264	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/399-cover.jpg
1135	265	อื่นๆ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1136	265	วารสาร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1137	265	บทความ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1138	265	วิทยานิพนธ์	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1139	265	รายงานงานวิจัย	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1140	265	รายงาน	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1141	265	หนังสือ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1142	265	จุลสาร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1143	265	สูจิบัตร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 1		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=265	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/410-cover.jpg
1144	266	อื่นๆ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1145	266	วารสาร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1146	266	บทความ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1147	266	วิทยานิพนธ์	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1148	266	รายงานงานวิจัย	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1149	266	รายงาน	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1150	266	หนังสือ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1151	266	จุลสาร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1152	266	สูจิบัตร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 2		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=266	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/411-cover.jpg
1153	267	อื่นๆ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
1154	267	วารสาร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
1155	267	บทความ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
1156	267	วิทยานิพนธ์	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
1157	267	รายงานงานวิจัย	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
1158	267	รายงาน	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
1159	267	หนังสือ	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
1160	267	จุลสาร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
1161	267	สูจิบัตร	การตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาภูมิสารสนเทศจารึกของชาติ ปีที่ 2 : จารึกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เล่มที่ 3		"<p>
	&quot;หลักฐานโบราณวัตถุประเภทจารึก เปรียบเสมือนหลักศักดิ์สิทธิ์หรืออีกนัยยะหนึ่งคือรูปเคารพ ซึ่งข้อความที่ปรากฏในหลักจารึกไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะสื่อสารกับมนุษย์ หากแต่ต้องการที่จะสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ&quot; หนึ่งในข้อสังเกตุจากผู้วิจัย เรื่อง ผลการตรวจสอบพิกัดสถานที่พบและเก็บรักษาของจารึกรุ่นก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก อันเป็นการย้อนทบทวนตรวจสอบชำระ ปรับปรุงทะเบียนโบราณวัตถุ และศึกษาการกระจายตัวของโบราณวัตถุประเภทจารึกที่สัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดี ภูมิศาสตร์ ในพื้นที่ดังกล่าว ผลการวิจับพบโบราณวัตถุประเภทจารึกกว่า 245 รายการ&nbsp; ประกอบด้วยจารึกจำนวน 247 หลัก ที่สามารถตรวจสอบและระบุตำแหน่งสถานที่พบซึ่งสัมพันธ์กับหมู่บ้าน หรือโบราณสถานและเมืองโบราณ</p>"		จารึก, ภูมิสารสนเทศ, ภาคตะวันออก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ		21 พ.ศ. 2565	ไทย	ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)	Attribution-NonCommercial (CC BY-NC)	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/research-item-search.php?ob_id=267	https://www.sac.or.th/databases/sac_research/file_thb/412-cover.jpg
